พอไม่ได้ใช้ชีวิตตามไซเคิลปกติมานาน ก็ลืมวันลืมคืน ลืมว่าวันนี้หยุดราชการ จนตื่นมาแต่งตัว ปั่นจักรยานไปบ. และพบว่าประตูล็อค.... แม่งเอ๊ย น่าจะนอนต่อ อ๊ากกกกกกก
ERK
@piangsan.bsky.social
審神者 ซานิวะ Saniwa (ERKisapodcaster on twitter) รูปไอคอนและเฮดเดอร์วาดโดยคุณมิตะ
ช่วงนี้กะลัง finalize เมคอัพที่จะเอาไปใช้แต่งหน้าขึ้นแสดงวันจริง พบว่าถ้าเป็นเรื่องคุมมันแล้วชาค็อตแพ้ศรีจันทร์ว่ะ สมเป็นเครื่องสำอางไทย
สวัสดีค่ะ เราจะเล่นละครเวที 舞台『明日の詩〜天からのメッセージ〜』 เป็นเรื่องราวต่อจากเรื่องที่เล่นไปเมื่อปีที่แล้ว (แต่ไม่จำเป็นต้องดูภาคนั้นก่อนก็เข้าใจได้) ซึ่งเป็นเรื่องของย่านการค้าที่ยังมีกลิ่นอายสมัยก่อนและสายสัมพันธ์ของผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นั่น เมื่อเจอกับความเปลี่ยนแปลงและกระแสโลกาภิวัฒน์ที่เข้ามา จะทำยังไงให้ผ่านวิกฤตนั้นไปได้ เราแสดงเป็น คิตาโซโนะ ซินดี้ คนไทยที่มาอาศัยอยู่ในย่านการค้า
อ่ะ Hunger Game on stage ตั้งความหวังไปไม่สูงมาก สรุปกุอึ้งตั้งแต่เดินเข้าโรง 5555555 ปกติอยู่เวสเอนด์เจอแต่โรงสมัยสงครามโลก อันนี้สมละที่เขาว่าเป็นโรงอยู่กลาง financial district - ดำเนินเรื่องตามในหนัง ไม่หนีกันมาก - แคทนิสดูเป็นเด็ก 16 มากกว่าในหนัง ซึ่งชอบที่มันไม่ได้ดูเป็นตัวเอก superhero มันเปนเด็ก และมันตัวเล็กมากใน situation ห่าเหวที่ดำเนินอยู่ทั้งหมดนี่
อยากถามคนไทยที่ผ่านมาเห็น สำหรับคุณแล้วการนั่งขัดสมาธิมันเป็นการนั่งไม่สุภาพมั้ยคะ เทียบกับนั่งพับเพียบแล้วอันไหนสุภาพกว่าหรือพอๆ กัน
สวัสดีค่ะ เราจะเล่นละครเวที 舞台『明日の詩〜天からのメッセージ〜』 เป็นเรื่องราวต่อจากเรื่องที่เล่นไปเมื่อปีที่แล้ว (แต่ไม่จำเป็นต้องดูภาคนั้นก่อนก็เข้าใจได้) ซึ่งเป็นเรื่องของย่านการค้าที่ยังมีกลิ่นอายสมัยก่อนและสายสัมพันธ์ของผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นั่น เมื่อเจอกับความเปลี่ยนแปลงและกระแสโลกาภิวัฒน์ที่เข้ามา จะทำยังไงให้ผ่านวิกฤตนั้นไปได้ เราแสดงเป็น คิตาโซโนะ ซินดี้ คนไทยที่มาอาศัยอยู่ในย่านการค้า
ละคือซ้อมละครรอบก่อนครอบเสาร์อาทิตย์โค่ดเยอะ พอต้องทำงานไปด้วยเลยไม่มีวันหยุดเลยเดือนนึงเต็มๆ เครียดจนฝันเป็นตอนซ้อมทุกวันจนเริ่มไม่แน่ใจว่าคอมเมนต์ไหนของจริงอันไหนหลอนเอง ปีนี้ดีหน่อยวันซ้อมไม่ค่อยชนเสาร์อาทิตย์ แต่ว่าปีนี้เสาร์อาทิตย์ฉันเสือกมีถ่ายหนัง ไม่ได้หยุดเหมือนเดิม เวนเน้ย
#ชวนอ่านมันฮวา การเดินทางของเหล็กกล้าและน้ำแข็ง 📍webtoon อืมม คิดว่าถ้าผ่านช่วงที่มีหนังแนวฮิวมานอยด์แอนดรอยด์/ไซบอร์ก/เอไอมาเยอะ ๆ อาจจะไม่ตื่นเต้น แต่เรายังชอบเรื่องทำนองนั้นอยู่เลยดีใจที่เรื่องนี้เข้าไทยด้วย ไดเรคชั่นเรื่องชัดเจนว่าเป็นการเดินทางสู่ขั้วโลกใต้อันเป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตมนุษย์ทุกคนขึ้นมา ค่อนข้างสนใจว่าจะพูดเรื่องอะไรบ้าง ภาพสวย ไดอะล็อกชัดเจน อ่านสบาย ๆ ดี
คือ ซ้อมละครใหม่อยู่ เลยไปเอาบทภาคก่อนมา จริงๆ ไม่คิดจะอ่านด้วยซ้ำเพราะภาคก่อนค่อนข้างมีอะไรเจ็บปวดกะมันเยอะ ตอนแรกแค่กะจะมานับเล่นๆ ว่ามีบทประมาณไหน แต่พอเปิดไปเรื่อยๆ ก็นึกขึ้นได้ว่าเออ กับซีนนี้เราคิดแบบนี้ เราพยายามตรงนี้ เราคิดถึงอะไรแบบนี้ตอนที่เล่นออกมา แล้วมันก็แบบอีโมชั่นนัลพอตัว
ช่วงนี้เอาคลิปที่เคยทำไว้ช่วง 1 ปีกว่าๆ ที่ผ่านมามารีอัพลงยูทูบ ละก็เหมือนได้เห็นว่าเออมันเยอะแฮะ ทำไปเรื่อยๆ แล้วไม่รู้ตัว รู้สึกภูมิใจ
คือพอได้ใช้ชีวิตในฐานะนสด. ก็จะรู้สึกว่าเอออยู่ตรงนี้ก็ไม่แย่ป่าววะ แต่พอกลับมาสวมหมวกพนง. แล้วเจอความวายป่วงอีกรอบก็รู้สึกว่าเอออยู่นี่พยายามไปแม่งก็ไม่เจริญหรอกอีห่า
วันนี้ความอยากลาออกพุ่งถึงขั้นที่คิดบทขอลาออกกับบอสไว้อย่างละเอียดแล้ว รอแค่เมื่อไหร่ไอ้ใบแจ้งได้เอจูมาจะได้เอาไปใช้จริงๆ ซะที
ประเด็นเรื่องงาน เรื่องcareer pathบนทวีตนี่น่าอึดอัดมากตรงคนวัดคุณค่างานด้วยเงิน คือใครๆ ก็อยากได้เงินเยอะแต่บอกเลยว่า bullshit job บนโลกใบนี้มีอยู่จริง มันคืองานที่ถ้าหายไปจากโลกใบนี้เลยโลกยังหมุนต่อได้ เช่น งานเราเอง สำหรับเราความรับผิดชอบเรื่องนี้คือใช้โอกาสที่มีไปส่งเสริมคนที่เสียสละทำงานเงินน้อยแต่ทำให้โลกหมุนไปได้ ไม่ใช่ไปดูถูกเค้าว่าเลือกทำอะไรเงินน้อยทำไม
ใดๆ ส่วนตัวคือไม่อินกับการต้องให้ใครเปิดประตูให้ ให้ใครเลื่อนเก้าอี้ให้มากๆ การทำเองมันไม่ได้ยากและต่างคนต่างทำมันเอฟเฟคทีฟกว่ามั้ยนะ อันนี้คือรวมถึงพวกร้านค้าที่บางทีพนงมาเลื่อนเก้าอี้ให้ คือสุดท้ายก็ต้องปรับเองอยู่ดี มันเสียเวลาอะ ลำไย555 พ้อยต์คือฉันไม่ชอบแบบนี้ แต่อาจจะมีคนชอบ ก็คือไม่ได้มีใครผิดมั้ยนะ ใครชอบแบบไหนก็หาความสัมพันธ์แบบนั้น แต่จะชี้นิ้วจัดจ์ความสัมพันธ์คนอื่นทำไมก่อน
เห็นประเด็นเรื่อง princess treatment ในทวิตละมานั่งคิดว่ามันคือไดนามิคความสัมพันธ์แบบไหนวะ เพราะถ้าแบบ traditional ปิตา ถ้าผช.หาเงิน ผญ.ก็ต้องดูแลเรื่องในบ้านอะ แต่ถ้าแบบไม่ปิตาก็คืออาจจะกลับกัน? แต่ยังไงทุกคนก็ต้องทำงานมั้ยนะ ไม่ว่าจะเป็น paid work หรือ unpaid work ก็ตาม นี่มีเพื่อนคนญปที่ครอบครัวเป็นคนญปยุคเก่ามากๆ และรวย คือพ่อเขาเป็นใหญ่ในบ้าน
เมื่อวานขอให้เพื่อนที่เป็นเซยูช่วยติวการออกเสียงให้แบบ crash course คือแบบเอาไดฮงมากางแล้วเช็คทีละประโยค พบสิ่งที่น่าสนใจอย่างนึงที่ไม่เคยรู้ตัวมาก่อนคือ ภาษาไทยกับภาษาญี่ปุ่นมี pitch เหมือนกันก็จริง แต่ไทยเป็น absolute pitch ส่วนญี่ปุ่นเป็น relative pitch (ไม่แน่ใจใช้คำถูกมั้ยแต่อันนี้คือตามที่เราเข้าใจน่ะนะ)
จะว่าไปแม่งเริ่มเก็บภาษีคนโสดละอะ ฉันจะไปยื่นใบทะเบียนสมรสกับฮกครได้ที่ไหนบ้าง