ชนุ่น 🦆 🦆 ft. ประเทศสารขัณฑ์นี่มันดจีย์จริม ๆ

@pheebiew.bsky.social

TH/EN/CH/JP/FR/และอาจจะมีละติน | เจ้าของผลงาน #Deaths101xDevilGoat #เรื่องผีอีนุ่น #เจ้าของชีวิต #ไม้ขีดไฟก้านสุดท้าย | แม่มึงเอ๋ย ลิโพ 2 ขวด

ศาลปราจีนบุรี เตรียมนัดฟัง คำสั่งคดีไต่สวนการตาย 'พลทหารเพรชรัตน์'

ศาลปราจีนบุรี เตรียมนัดฟัง คำสั่งคดีไต่สวนการตาย 'พลทหารเพรชรัตน์' Pazzle Tue, 2026-09-29 - 17:28 พรุ่งนี้ (30 ก.ย. 2569) ศาลปราจีนบุรีนัดฟังคำสั่งคดีไต่สวนการชันสูตรพลิกศพของ "พลทหารเพรชรัตน์ กำลังยิ่ง" อายุ 22 ปี ที่เสียชีวิตในค่ายพรหมโยธี จังหวัดปราจีนบุรี ครอบครัวยังตั้งข้อสงสัยต่อช้อนปริศนาที่พบในเตาเผาศพผู้ตาย บริเวณกระดูกส่วนหัว พยานพลทหารเพื่อนร่วมห้องขังของพลทหารเพรชรัตน์ให้การว่าในวันเกิดเหตุ มีการเรียกให้พลทหารเพรชรัตน์ออกไปนอกแถวเพื่อลงโทษ และทำร้ายร่างกาย โดยการเตะเข้าที่หน้าอก 2 ครั้ง จนทำให้พลทหารเพรชรัตน์ช็อคและเสียชีวิตในเวลาต่อมา   29 ก.ย. 2569  มูลนิธิผสานวัฒนธรรมรายงาน ศาลจังหวัดปราจีนบุรีเตรียมนัดฟังคำสั่งคดีไต่สวนการชันสูตรพลิกศพของ "พลทหารเพรชรัตน์ กำลังยิ่ง" อายุ 22 ปี ที่เสียชีวิตภายในเรือนจำมณฑลทหารบกที่ 12 ค่ายพรหมโยธี จังหวัดปราจีนบุรี ในพรุ่งนี้ (30 ก.ย. 2569) เวลา 10.30  น. ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 พนักงานอัยการในฐานะผู้ร้อง ได้นำสืบพยานจำนวน 9 ปาก และทนายความของมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ในฐานะตัวแทนของผู้ร้องซักถาม (ครอบครัวผู้เสียชีวิต) นำสืบพยานจำนวน 4 ปาก โดยมีพยานซึ่งเป็นเพื่อนร่วมห้องขังและอยู่กับพลทหารเพรชรัตน์ในวันเกิดเหตุ ได้เบิกความทำนองว่า มีผู้ที่ลงมือกระทำต่อพลทหารเพรชรัตน์โดยการเรียกให้พลทหารเพรชรัตน์ออกไปนอกแถวเพื่อลงโทษ และทำร้ายร่างกายโดยการเตะเข้าที่หน้าอก จำนวน 2 ครั้ง จึงทำให้พลทหารเพรชรัตน์มีอาการช็อค และเสียชีวิตในเวลาต่อมา เรื่องที่เกี่ยวข้อง * มทบ.12 พร้อมเปิดภาพกล้องวงจรปิด ครอบครัวคาใจ 'ช้อนปริศนา' ในร่าง 'พลทหารเพชรัตน์' พลทหารเพรชรัตน์ กำลังยิ่ง การเสียชีวิตของพลทหารเพรชรัตน์เป็นการเสียชีวิตในระหว่างถูกควบคุมตัวภายในเรือนจำ ประกอบกับการที่ครอบครัวยังคงติดใจถึงสาเหตุการเสียชีวิต เนื่องจากแพทย์นิติเวชระบุว่า พลทหารเพรชรัตน์เสียชีวิตจากอาการกล้ามเนื้อหัวใจหนาผิดปกติ จึงต้องมีการไต่สวนการชันสูตรพลิกศพ และได้มอบอำนาจให้ทนายความของ CrCF ดำเนินการทางกฎหมาย รวมถึงการเป็นทนายความในคดีไต่สวนการชันสูตรพลิกศพ โดยเป็นทนายความผู้ร้องซักถามร่วมกับพนักงานอัยการจังหวัดปราจีนบุรี ภายหลังจากการไต่สวน ศาลจะมีคำสั่งเกี่ยวกับสาเหตุและรายละเอียดเกี่ยวกับการเสียชีวิต  ซึ่งจะนำไปสู่กระบวนการค้นหาความจริงในกรณีอื่นๆ เช่น การชี้เบาะแสในกรณีที่มีผู้กระทำให้เสียชีวิต รวมถึงการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางอาญาต่อไป ซึ่งคำสั่งศาลในกรณีของพลทหารเพรชรัตน์นี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากที่ผ่านมา การเสียชีวิตของพลทหารขณะเข้ารับการฝึกอยู่ในค่ายมักจบลงที่การเจรจาไกล่เกลี่ย และจ่ายเงินชดเชยเยียวยา ทว่าไม่สามารถนำตัวผู้ที่กระทำให้เกิดการเสียชีวิต รวมทั้งผู้บังคับบัญชามาดำเนินคดีตามกฎหมายได้     * ข่าว * สิทธิมนุษยชน * พลทหารเพรชรัตน์ กำลังยิ่ง * ทหารเกณฑ์ * ทหารเกณฑ์เสียชีวิต * มูลนิธิผสานวัฒนธรรม

dlvr.it

มีคนเขียนเรื่องความสำคัญของคลองกับพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพฯ แล้วว่าช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมยังไงบ้าง ไปอ่านได้ที่นี่จร้า www.facebook.com/share/p/19iW...

facebook.com

ประกาศขับ 'กล้าธรรม' พ้นวิปฝ่ายค้าน หลังโหวตสวนมติ หนุนงบฯ 2570

ประกาศขับ 'กล้าธรรม' พ้นวิปฝ่ายค้าน หลังโหวตสวนมติ หนุนงบฯ 2570 Pazzle Tue, 2026-09-22 - 13:18 พริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานวิปฝ่ายค้าน ประกาศปรับ "พรรคกล้าธรรม" ออกจากการทำหน้าที่วิปฝ่ายค้าน หลังเมื่อวันที่ 10 ก.ย. ที่ผ่านมา พรรคกล้าธรรมโหวตสวนมติให้ความเห็นชอบ พ.ร.บ. งบประมาณ 2570 ของรัฐบาล ซึ่งขัดกับมติวิปฝ่ายค้านในวาระสำคัญ โดยพริษฐ์ระบุ วิปฝ่ายค้านชุดใหม่จะประกอบด้วย 5 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคประชาชน, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคไทยภักดี, พรรคเสรีรวมไทย และพรรคไทรวมพลัง ขณะที่อรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา และโฆษกพรรคกล้าธรรม ระบุ พรรคกล้าธรรมทำงานโดยคำนึงถึงประชาชน หากกฎหมายงบประมาณเกิดปัญหาจนไม่สามารถบังคับใช้ได้ตามกรอบเวลาจะกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดินและการจัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาประชาชน สส. ของพรรคกล้าธรรมยังคงทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชน ไม่ว่าจะจะอยู่ฝ่ายใดก็ตาม   22 ก.ย. 2569 พริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานวิปฝ่ายค้าน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กประกาศปรับ "พรรคกล้าธรรม" ออกจากการทำหน้าที่วิปฝ่ายค้าน หลังเมื่อวันที่ 10 ก.ย. ที่ผ่านมา พรรคกล้าธรรมโหวตสวนมติของวิปฝ่ายค้าน พริษฐ์ระบุ ในการเมืองระบบรัฐสภา เป็นที่เข้าใจดีว่าการทำงานร่วมกันระหว่างพรรคการเมืองในซีกฝ่ายค้าน ย่อมมีมาตรฐานและรูปแบบที่แตกต่าง กับการทำงานร่วมกันระหว่างพรรคการเมืองในซีกรัฐบาล เพราะในขณะที่พรรคในซีกรัฐบาล ตกลงจับมือกันเพื่อตั้งรัฐบาล, พรรคในซีกฝ่ายค้าน ประกอบไปด้วยพรรคการเมืองที่ (ไม่ว่าด้วยสาเหตุใด) ตัดสินใจไม่ร่วมรัฐบาล หรือไม่ถูกเชิญเข้าร่วมรัฐบาล ด้วยเหตุผลดังกล่าว การทำงานร่วมกันในวิปฝ่ายค้านที่ผ่านมา จึงเป็นการทำงานบนความเข้าใจและการเคารพซึ่งกันและกัน ว่าพรรคในซีกฝ่ายค้าน อาจมีจุดยืน อุดมการณ์ หรือแนวคิดทางนโยบาย ที่แตกต่างกันได้ อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ตนเองยืนยันว่าพรรคในซีกฝ่ายค้านควรมีร่วมกัน คือจุดร่วมในการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลไม่ให้ทำงานผิดทิศผิดทาง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2569 ที่ผ่านมา พรรคกล้าธรรม ได้มีมติให้ สส. จากพรรค ลงมติเห็นชอบ กับ พ.ร.บ. งบประมาณ 2570 ของรัฐบาล ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่: - (1) ขัดกับมติวิปฝ่ายค้านในวาระสำคัญดังกล่าว (มติวิปฝ่ายค้าน คือ “ไม่เห็นชอบ” หรือ งดออกเสียง“ ตามมติของแต่ละพรรค) - (2) ก่อให้เกิดคำถามถึงสถานะและเจตนารมณ์ของพรรคกล้าธรรมในการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลปัจจุบัน ยิ่งเมื่อประกอบกับความไม่ชัดเจนของพรรคต่อการยื่นญัตติและลงมติในวาระอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ตนได้หารือกับตัวแทนจากพรรคกล้าธรรมหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว และได้ตกลงร่วมกันในการปรับพรรคกล้าธรรม ออกจากองค์ประกอบของคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ทั้งนี้ เพื่อให้กลไกของรัฐสภาที่ถูกออกแบบไว้สำหรับฝ่ายค้านในการตรวจสอบรัฐบาล ถูกใช้โดยพรรคการเมืองที่มีเจตจำนงในการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่พรรคกล้าธรรมมี สส. ที่ได้รับเลือกตั้งจากประชาชนถึง 58 คน พริษฐ์จะยังคงทำหน้าที่ประสานงานกับตัวแทนของพรรคกล้าธรรมต่อไป เพื่อคุ้มครองสิทธิอันชอบธรรมของ สส. พรรคกล้าธรรม ในการมีพื้นที่ทำงานในสภาในฐานะผู้แทนราษฎร ผ่านกลไกที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน (เช่น เวลาในการอภิปรายวาระทั่วไป / โควต้าการปรึกษาหารือปัญหาในพื้นที่) พริษฐ์ระบุ จะนำเสนอรายชื่อกรรมการวิปฝ่ายค้านชุดใหม่ ต่อผู้นำฝ่ายค้านฯ เพื่อพิจารณาเสนอต่อประธานสภาตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งจะมีผลให้พรรคร่วมฝ่ายค้าน ประกอบไปด้วย 5 พรรค คือ 1. พรรคประชาชน 2. พรรคประชาธิปัตย์ 3. พรรคไทยภักดี 4. พรรคเสรีรวมไทย 5. พรรคไทรวมพลัง (ซึ่งเพิ่มเข้ามาในสมัยประชุมนี้ หลังจากพรรคเริ่มมีการลงมติในทิศทางเดียวกันกับฝ่ายค้านในวาระสำคัญ (เช่น พ.ร.ก. เงินกู้ / พ.ร.บ. งบประมาณ 2570)) โดยสำหรับวาระเฉพาะหน้า พวกเรา 5 พรรค มีภารกิจสำคัญร่วมกัน ในการยื่นญัตติเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล โดยเร็วที่สุด เดอะสแตนดาร์ด ขณะที่ อรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา โฆษกพรรคกล้าธรรม ระบุ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมาชิกพรรคกล้าธรรม ได้ทำงานร่วมกับวิปฝ่ายค้านอย่างตรงไปตรงมา แม้จะมีบางเรื่องที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกัน แต่ก็ให้ความร่วมมือกับการทำงานของฝ่ายค้านมาโดยตลอด ซึ่งจุดยืนของพรรคกล้าธรรมคือ การทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชนผ่านกระบวนการรัฐสภา โดยพรรคมีความเป็นตัวของตัวเอง และการลงมติในแต่ละครั้งจะพิจารณาจากเนื้อหาและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประเทศและประชาชนเป็นสำคัญ ส่วนการลงมติรับร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 อรรถกรชี้แจงว่า สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าพรรคกล้าธรรมจะโหวตอย่างไร แต่ต้องมองต่อไปว่า หากกฎหมายงบประมาณเกิดปัญหาจนไม่สามารถบังคับใช้ได้ตามกรอบเวลา ย่อมกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดินและการจัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาประชาชน โดยเฉพาะในสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังมีปัญหาและประชาชนกำลังต้องการให้ภาครัฐเดินหน้าแก้ไขปัญหา ภายหลังการลงมติงบประมาณที่ผ่านมา ประธานวิปฝ่ายค้านได้มาพูดคุยและแสดงความไม่สบายใจ จึงได้หารือกันถึงการทำงานของฝ่ายค้านและสัดส่วนโควตาการตั้งกระทู้ถามสด ซึ่งพรรคกล้าธรรมพร้อมที่จะไม่ใช้สิทธิในการถามกระทู้สด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการจัดสรรเวลาหรือการทำงานร่วมกัน ส่วนสถานะของพรรคกล้าธรรมภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว อรรถกรมองว่า พรรคมีจุดยืนและแนวทางการทำงานของตัวเอง โดยที่ผ่านมา สมาชิกพรรคก็เข้าร่วมประชุมวิปฝ่ายค้านและให้ความร่วมมือกับการทำงานของฝ่ายค้านอย่างต่อเนื่อง แต่การตัดสินใจของพรรคกล้าธรรมอยู่บนพื้นฐานของการพิจารณาผลกระทบต่อประเทศเป็นหลัก ไม่ใช่เพียงการคำนวณทางการเมืองว่าพรรคจะอยู่ฝ่ายใด ”สส.ของพรรคกล้าธรรม ยังคงทำหน้าที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะจะอยู่ฝ่ายใดก็ตาม เรายังคงผลักดันการแก้ไขปัญหาประชาชนผ่านกลไกรัฐสภาต่อไป“ อรรถกร กล่าวทิ้งท้าย       * ข่าว * การเมือง * เศรษฐกิจ * พริษฐ์ วัชรสินธุ * อรรถกร ศิริลัทธยากร * พรรคกล้าธรรม * พ.ร.บ. งบประมาณ * วิปฝ่ายค้าน

dlvr.it

"เรือเล็กไม่ได้ออกจากฝั่ง" เด็กไร้สัญชาติ ลูกแรงงานกัมพูชา ชีวิตที่ลอยคว้างกลางระลอกคลื่นความขัดแย้ง

"เรือเล็กไม่ได้ออกจากฝั่ง" เด็กไร้สัญชาติ ลูกแรงงานกัมพูชา ชีวิตที่ลอยคว้างกลางระลอกคลื่นความขัดแย้ง สมานฉันท์ พุทธจักร auser15 Thu, 2026-09-17 - 07:48 ปลายเดือนมีนาคม คลื่นลมดูจะสงบดี แต่เรือประมงหลักสิบหลักร้อยลำกลับจอดแน่นิ่งอยู่ตามท่าเรือในอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด เป็นเหมือนปรากฏการณ์ที่ทำให้เห็นว่า พื้นที่ปลายแหลมชายแดนตะวันออกสุดของประเทศ ที่ติดกับตอนใต้ของกัมพูชา ซึ่งเคยเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ เคยคึกคักจากการค้าขาย แลกเปลี่ยน เคลื่อนย้ายทั้งสินค้าและผู้คน มาวันนี้ซบเซาลงอย่างมาก เรือประมงหลักร้อยลำจอดนิ่ง ที่ท่าเรือบ้านคลองมะขาม อำเภอคลองใหญ่ รถขนส่งข้ามแดนหยุดวิ่ง ไม่มีคนจากอีกฝั่งมาท่องเที่ยวจับจ่ายซื้อสินค้า ความเซื่องซึมปกคลุมอำเภอคลองใหญ่ อย่างที่ถามใครก็บอกว่าเป็นแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ขนาดที่ว่าร้านสะดวกซื้อเชนใหญ่กำลังปิดตัว ธนาคารยักษ์ใหญ่ก็เพิ่งถอนสาขาออกไปจากพื้นที่ ไม่ใช่คลื่นลมทะเล แต่เป็นคลื่นความขัดแย้ง เมื่อมีการปิดด่านจากสถานการณ์สู้รบตามแนวชายแดน ทำให้ไม่มีการข้ามไป-มาของผู้คนทั้งสองฝั่ง โดยเฉพาะจากเกาะกง พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษสำคัญที่เชื่อมโยงเส้นทางการค้าการลงทุน เมื่อแรงงานกัมพูชาเกินครึ่งเดินทางกลับประเทศ เรือประมงจำนวนมากจึงออกทะเลไม่ได้ เพราะไม่มีลูกเรือ ระหว่างที่กำลังพูดคุยอยู่กับ "ยา" (นามสมมุติ) นักเรียนชั้น ม.5 อายุ 17 ปี เสียงเครื่องบินรบก็ดังขึ้น ยาต้องหยุด เดินออกจากศาลาไปยังที่โล่ง แหงนมองขึ้นไปบนฟ้า เมื่อทุกอย่างเงียบลง ยาบอกว่าถึงมีการปะทะกันอีก คงไม่ได้อพยพไปไหน เพราะไม่รู้จะไปที่ไหน การออกไปจากคลองใหญ่นั้นยุ่งยาก ต้องทำเรื่องขออนุญาตหลายอย่าง ด้วยสถานะของตัวเองที่เป็นเด็กไร้สัญชาติ ไม่ใช่แค่นั้น ยาบอกอีกว่าคงต้องพักความฝันเรื่องการเรียนต่อมหาวิทยาลัยไว้ก่อน ยิ่งในสถานการณ์ที่คลื่นลมความขัดแย้งพัดกระโชก เด็กไร้สัญชาติที่เกิดกับแรงงานกัมพูชาในอำเภอคลองใหญ่อย่างยา ยิ่งยากที่จะฝ่าออกไปแสวงหาคุณภาพชีวิตที่ดีข้างนอกได้ อย่างดีก็ทำได้เพียงแค่ประคองตัวไม่ให้ตกลงไปในวังวนเดิมที่พ่อแม่ของพวกเขาเคยอยู่ — งานรับจ้างรายวัน ค่าแรงต่ำ ไร้หลักประกัน และไร้ทางเลือก เมื่อการศึกษาไม่สามารถพาไปถึงฝั่ง หลายคนจึงยอมทิ้งฝันไว้ระหว่างทาง "ยา" (นามสมมุติ) แหงนมองท้องฟ้า หลังได้ยินเสียงเครื่องบินรบ "หนูก็เติบโตใช้ชีวิตเหมือนเด็กไทยทุกอย่าง คิดมาตลอดว่าเราก็เหมือนกับคนอื่น จน ป.5 โรงเรียนขอใบเกิดไปทำอะไรสักอย่าง ทำให้รู้ว่าเราไม่ใช่คนไทย กัมพูชาก็ไม่ใช่ ไม่เป็นอะไรสักอย่าง" ยาเล่าย้อนตั้งแต่ที่พ่อและแม่ย้ายจากเกาะกง ประเทศกัมพูชา เข้ามาทำงานรับจ้างทั่วไปในคลองใหญ่ ยาลืมตาดูโลกบนแผ่นดินไทย ใช้ชีวิตเรียนอยู่กับทั้งเด็กไทยและเด็กกัมพูชาที่อำเภอคลองใหญ่ โดยยังไม่เข้าใจว่าสัญชาติคืออะไร แตกต่างกันอย่างไร จนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ทางโรงเรียนขอใบสูติบัตรเพื่อนำไปลงทะเบียน ยาจึงได้รับรู้ว่าตัวเองต่างไปจากเพื่อน เป็นเด็กไม่มีสัญชาติ "ตอนนั้นคิดแค่ว่าจะทำให้ไม่ได้รับสวัสดิการบางอย่าง ของแจกเล็ก ๆ น้อย ๆ จากโรงเรียน ไม่รู้ว่าสถานะนี้ส่งผลกับชีวิตเราขนาดนี้" เรื่องของยาไม่ต่างจากลูกหลานแรงงานไร้สัญชาติจำนวนมากในอำเภอคลองใหญ่ ในอดีตเกาะกงเคยเป็นส่วนหนึ่งของรัฐสยาม ก่อนที่ในสมัยรัชกาลที่ 5 ฝรั่งเศสซึ่งเข้าล่าอาณานิคมกัมพูชา จะเข้ายึดครองพื้นที่ตราดและเกาะกง หรือ "เมืองปัจจันตคีรีเขตร" ในขณะนั้น ก่อนจะมีการเจรจาแลกเปลี่ยนดินแดน ที่ทางฝรั่งเศสคืนหลายพื้นที่ให้กลับมาอยู่ในการดูแลของสยาม รวมถึงจังหวัดตราด แต่ยังเว้นเกาะกงที่ฝรั่งเศสยังคงปกครองอยู่ พื้นที่เกาะกงจึงอยู่ในการปกครองของกัมพูชาตั้งแต่นั้นสืบต่อมา ถึงอย่างนั้น แม้เส้นเขตแดนของรัฐชาติสมัยใหม่จะแบ่งแยกพื้นที่ออกจากกัน แต่เกาะกงยังมีคนที่พูดภาษาไทย ไปจนถึงคนถือสัญชาติไทยจำนวนมากอยู่ปะปน พื้นที่ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของกัมพูชากับภาคตะวันออกของไทยยังคงผูกโยงกันแน่น หลายคนยังมีเครือญาติอยู่อีกฝั่งประเทศ มีการอพยพย้ายถิ่นข้ามไป-มาอยู่ตลอด โดยเฉพาะในช่วงการปกครองของเขมรแดง ที่มีชาวเกาะกงทั้งที่มีสัญชาติไทยและกัมพูชาจำนวนมาก หนีสงครามความขัดแย้งเข้ามาในอำเภอคลองใหญ่ กลายเป็นคนไทยพลัดถิ่น รูปแบบเรื่องเล่าของเด็กไร้สัญชาติหลายชีวิตจึงคล้ายกับชีวิตของยา ที่พ่อ-แม่หนีการปกครองของเขมรแดง บ้างมีสัญชาติกัมพูชาติดตัวมา บ้างไม่มีสถานะใด ๆ จากเกาะกงเข้ามาอยู่ในอำเภอคลองใหญ่ ทำงานรับจ้างต่าง ๆ คัดปลา ตากปลา ออกเรือประมงหาปลา เมื่อมีลูกออกมาก็ไม่ได้ไปแจ้งเกิด เพราะไม่รู้สิทธิของตัวเอง ทั้งที่ตามกฎหมายไทย เด็กทุกคนที่เกิดในราชอาณาจักรต้องได้รับการแจ้งเกิดและได้รับสูติบัตร ไม่ว่าพ่อแม่จะมีสัญชาติใดหรือมีสถานะทางกฎหมายหรือไม่ก็ตาม และแม้สูติบัตรจะไม่ได้ให้สัญชาติไทยโดยอัตโนมัติ แต่ก็เป็นหลักฐานตั้งต้นสำคัญที่ใช้ยื่นขอสัญชาติไทยตามมาตรา 7 ทวิ วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ ซึ่งเปิดช่องให้เด็กที่เกิดในไทยจากพ่อแม่ต่างด้าวยื่นคำร้องได้ โดยขึ้นอยู่กับดุลพินิจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อไม่มีสูติบัตร กระบวนการทั้งหมดจึงเริ่มต้นไม่ได้ตั้งแต่ก้าวแรก "ตอนนี้มืดมากเลย ไม่รู้จะเอายังไงต่อ แค่คิดว่าอยู่ไปให้จบ ม.6 ก่อน ค่อยคิดว่าจะเอายังไงกับเรื่องมหาวิทยาลัย" ยาพูดถึงอนาคตของตัวเอง แม้จะมีผลการเรียนดีมาก เป็นตัวแทนโรงเรียนประกวดด้านวิชาการได้รางวัลมาหลายเวที ยาบอกว่าปัจจุบันเพื่อนที่เป็นเด็กไร้สัญชาติรุ่นราวคราวเดียวกันเหลืออยู่ไม่กี่คน ค่อย ๆ ทยอยออกไป บ้างออกไปหลังจบ ป.6 บ้างหยุดการเรียนไว้แค่ ม.3 แม้ว่าทั้ง พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2548 จะระบุชัดเจนว่าเด็กข้ามชาติหรือเด็กไร้สัญชาติสามารถเข้าเรียนในโรงเรียนของรัฐได้ และโรงเรียนหลายแห่งในอำเภอคลองใหญ่ก็เปิดรับ พยายามช่วยเหลือลูกหลานแรงงานข้ามชาติอย่างไม่มีอคติ แต่ประตูบานนี้ก็เปิดออกไปได้ไม่สุดทาง เพราะเมื่อไม่มีสัญชาติ ก็ไม่สามารถกู้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได้ หลายมหาวิทยาลัยคิดค่าเทอมในเรทนักศึกษาต่างชาติ ทุนการศึกษาต่าง ๆ ก็ยังกำหนดว่าผู้รับต้องมีสัญชาติไทย รวมถึงการเดินทางออกนอกพื้นที่ก็เต็มไปด้วยความยุ่งยาก ต้องขออนุญาตเจ้าหน้าที่รัฐหลายฝ่าย เด็กไร้สัญชาติในคลองใหญ่หลายคนจึงมองว่าโอกาสที่จะได้เรียนต่อ หรือมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าที่เป็นอยู่นั้นแทบเป็นไปไม่ได้ และตัดสินใจออกจากโรงเรียนมาหางานทำ "ตอนนี้ยากมากเลยพี่ แค่จะออกนอกอำเภอก็เหนื่อยแล้ว รอให้กระแสด่าเงียบลงก่อนอาจจะได้ เรียนมหาลัยตอน 30 ก็ไม่สาย" ยากล่าว แม้ที่ผ่านมาจะมีความพยายามจากภาครัฐในการแก้ปัญหาคนไร้สัญชาติในคลองใหญ่ โดยเร่งสำรวจและลงทะเบียนผู้ไร้สัญชาติ แต่ในกรณีของยาที่คลอดโดยหมอตำแย ไม่ได้แจ้งเกิด ไม่มีสูติบัตร จึงไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเกิดในแผ่นดินไทยตามข้อกำหนดของกฎหมาย ต้องดำเนินการหาพยานหลักฐานรับรองที่กินเวลายาวนาน และเมื่อเกิดกระแสความเกลียดชังต่อชาวกัมพูชา ยาเองก็กังวลว่ากระบวนการพิสูจน์สัญชาติของตัวเองและของลูกหลานแรงงานคนอื่น ๆ อาจหยุดชะงัก จึงได้แต่รอให้กระแสความเกลียดชังเงียบลง แม้ไปถึงอีกฝั่ง ชีวิตก็ยังไม่ได้ขึ้นฝั่งจริง "ถ้ารัฐบาลไหนกล้าจะให้สัญชาติ ก็จะมีคนบอกว่า 'ให้สัญชาติมันทำไม พวกเด็กเขมร มันมาเกิดมากินภาษีเรานะ' พวกนี้เต็มติ๊กต็อกเลย คำว่าเด็กเขมรเป็นสิ่งที่ติดตัวเรามาตลอด" เบล บุคคลไร้สัญชาติ อายุ 26 ปี จากอำเภอคลองใหญ่ กล่าว เขามองว่ากระแสความเกลียดชังแรงงานกัมพูชาจะทำให้กระบวนการแก้ปัญหาเรื่องคนไร้สัญชาติช้าไปกว่าเดิม ปัจจุบันเบลทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ ย้อนกลับไป ร่องรอยชีวิตของเขาไม่ต่างจากเด็กไร้สัญชาติในคลองใหญ่คนอื่น ๆ ที่ครอบครัวมีพื้นเพเป็นคนเกาะกง เมื่อเกิดการแบ่งเขตแดนจึงถูกจัดให้เป็นคนกัมพูชา ก่อนแม่จะอพยพหนีไฟสงครามมาอยู่ที่คลองใหญ่ ทำงานรับจ้างทั่วไปในอุตสาหกรรมประมง ส่วนพ่อแยกทางออกไปก่อนที่เบลจะเกิด กว่าจะได้เรียนก็อายุ 9 ขวบ เพราะแม่ไม่รู้ว่าคนต่างชาติสามารถไปทำคลอดที่โรงพยาบาลได้ ทำให้เบลไม่มีใบเกิด ต้องหากำนันและผู้ใหญ่บ้านมารับรองถึงได้เข้าเรียน เมื่อจบชั้นประถม แม่บอกกับเบลว่าไม่สามารถส่งให้เรียนต่อได้แล้ว อย่างน้อยก็อ่านออกเขียนได้ ยังทำงานหากินได้ แม่ปลอบใจเบลอย่างนั้น แต่เบลไม่ยอมแพ้ แอบไปสมัครเข้าเรียนที่โรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม ด้วยความหวังเล็ก ๆ ว่าการศึกษาจะพาตัวเองออกจากวังวนที่เป็นอยู่ โดยที่หนทางข้างหน้ายังพร่าเลือน เขาคิดว่าจะรับซื้อและเก็บของเก่าเล็ก ๆ น้อย ๆ ขาย เพื่อจะได้มีเงินค่ารถประจำทาง ค่าอาหาร ส่งตัวเองเรียน จนมาเจอกับ บัวภา จางวางแก้ว ครูแนะแนวโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม ที่รับดูแลเด็กไร้สัญชาติ และชักชวนเบลมาอาศัยอยู่ที่บ้าน ร่วมกับเพื่อนที่มีสถานะเช่นเดียวกันคนอื่น ๆ ที่อาจารย์ดูแลอยู่ "เราเกรงใจอาจารย์ กลัวว่าถ้าไม่ได้เรียนต่ออาจารย์จะผิดหวัง อาจารย์บอกว่าไม่เคยผิดหวังในตัวเด็ก ขอแค่ตั้งใจเรียนให้ถึงที่สุด ทำตามความฝัน" เบลรู้ดีว่าโอกาสที่จะได้เข้ามหาวิทยาลัยของตัวเองมีน้อย การเรียนมัธยมอาจจะสูญเปล่า เขาจึงพยายามทำกิจกรรมเพื่อสังคมต่าง ๆ เป็นตัวแทนโรงเรียนไปแข่งขันด้านวิชาการ เผื่อว่าจะช่วยชดเชยปัญหาเรื่องสัญชาติของตัวเองได้บ้าง อาจารย์บัวภาบอกเสมอให้เด็กที่อยู่ในความดูแลต้องกล้าที่จะฝัน เบลบอกตัวเองเช่นนั้นเสมอ แม้ความฝันของเขาแสนจะเรียบง่าย คือการได้เรียนต่อด้านพลังงานที่ตัวเองสนใจ ครั้งหนึ่งเบลชนะการแข่งขันพูดอภิปรายเกี่ยวกับพลังงานสะอาด จนได้รับโอกาสไปศึกษาดูงานที่โรงไฟฟ้าในฮ่องกง แต่เมื่อถึงสนามบิน เจ้าหน้าที่กลับห้ามไม่ให้เขาขึ้นเครื่องเนื่องจากปัญหาเรื่องเอกสาร ทั้งที่ก่อนหน้านี้ต้องเดินเรื่องมากมายเพื่อขออนุญาตกับหลายหน่วยงานมาแล้ว เครื่องบินต้องล่าช้าออกไปเพราะเขา เบลถอดใจคิดจะเดินทางกลับ ไม่อยากเป็นภาระของคนอื่น แม้สุดท้ายจะสามารถเคลียร์กับเจ้าหน้าที่และเดินทางไปฮ่องกงได้ "ดีใจที่เด็กด้อยโอกาสจากต่างจังหวัดแบบเรามาถึงอีกประเทศได้ มันเหมือนโซ่ที่คล้องเราหลุดออก มีเสรีภาพ แต่ก็ไม่สุด เราเหมือนเป็นนักโทษติดกำไล EM" เบลได้รับทุนการศึกษาเข้าเรียนด้านวิทยาศาสตร์อาหาร เพราะเป็นทุนเดียวที่เงื่อนไขไม่ระบุว่าผู้รับต้องมีสัญชาติไทย ปัจจุบันเบลทำงานในร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดังในกรุงเทพฯ หลายคนบอกว่าเขามาได้ไกล แต่สำหรับเบล การเดินทางยังไม่สิ้นสุด แม้จะเสียภาษีให้กับประเทศไทยเหมือนคนไทยทุกคน เบลยังคงต้องรอการพิจารณาคำขอสัญชาติไทยของตัวเองต่อไป จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก ในอำเภอคลองใหญ่ ที่เคยเป็นจุดแลกเปลี่ยนสินค้าสำคัญ มาวันนี้ไร้ผู้คน หลังการเข้ามาของรัฐบาลชุดปัจจุบัน แรงงานกัมพูชาถูกแยกออกจากแรงงานสัญชาติอื่นอย่างชัดเจน มติคณะรัฐมนตรีในช่วงปลายปี 2568 ผ่อนผันให้แรงงานเมียนมา ลาว และเวียดนาม ที่มีสถานะไม่ถูกต้องตามกฎหมาย สามารถขึ้นทะเบียนและต่ออายุใบอนุญาตทำงานได้ แต่ไม่รวมสัญชาติกัมพูชา โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคง ขณะที่ข้อมูลของกระทรวงแรงงานระบุว่ามีแรงงานกัมพูชาที่อยู่ในกลุ่มผ่อนผันเดิมกว่าหนึ่งแสนคน ซึ่งจำนวนมากต้องเดินทางกลับประเทศ แม่ของเบลก็เป็นหนึ่งในแรงงานที่ต้องเดินทางกลับไปอยู่กับญาติที่กัมพูชา เบลหวังว่าเมื่อได้สัญชาติไทย เมื่อทุกอย่างลงตัว เขาจะพาแม่กลับมาอยู่ฝั่งไทยอีกครั้ง แรงงานเด็ก หลุมพรางในวังวนชีวิตของเด็กไร้สัญชาติในคลองใหญ่ "เราไปเยี่ยมบ้านเด็ก เห็นสภาพความเป็นอยู่ ที่อยู่กันทั้งครอบครัวในห้องเล็ก ๆ สงสารเด็กหลายคนที่ตั้งใจเรียน ใฝ่ดี อยากถีบตัวเองออกมา เราเลยอยากสนับสนุน" บัวภา จางวางแก้ว ครูโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม อธิบายเหตุผลที่รับดูแลนักเรียนไร้สัญชาติและนักเรียนสัญชาติกัมพูชาให้มาอาศัยอยู่ที่บ้าน บัวภา จางวางแก้ว ครูโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม ครูแนะแนวผู้นี้มีพื้นเพมาจากจังหวัดเลย ก่อนจะได้บรรจุรับราชการครูที่โรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคมในปี 2535 เมื่อเริ่มได้คลุกคลีกับกลุ่มลูกหลานแรงงานต่างชาติ ทำให้เริ่มเห็นปัญหาของเด็กกลุ่มนี้ ที่นอกจากจะมาจากพื้นฐานครอบครัวที่ยากลำบากแล้ว ยังต้องเผชิญอุปสรรคมากกว่านักเรียนคนอื่น ๆ ในการจะมีชีวิตที่ดีขึ้นและหลุดพ้นจากความยากจน แม้หลายคนจะเรียนเก่ง มีความสามารถ แต่สถานะไร้สัญชาติทำให้เด็กเหล่านี้ไปต่อไม่ได้ สิ่งที่ครูบัวภาทำ คือให้เด็กที่ไม่มีเงินเรียนได้มาอาศัยอยู่ด้วย ส่งเสริมให้เด็กไร้สัญชาติเหล่านี้ทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้สามารถนำผลงานไปประกอบการยื่นขอสัญชาติได้ รวมถึงผลักดันให้ได้รับทุนการศึกษา "ตอนนี้เริ่มยื่นไปก็เงียบ เพราะเป็นเรื่องของการสู้รบกัน เราต้องบอกว่าเด็กเกิดที่นี่ตั้งนานแล้ว ก่อนมีเรื่องอีก ไม่ใช่เพิ่งมา เขาก็เหมาเข่งไม่ให้สัญชาติ บอกว่าเป็นเรื่องความมั่นคง มันไม่ได้ เราสงสารเด็ก เด็กบางคนรอไม่ได้" ครูบัวภากล่าว ครูบัวภามองว่าแม้สถานการณ์สู้รบทางทหารจะเบาบางลง แต่มวลของความขัดแย้งและความเกลียดชังยังคงอยู่ แม้ในอำเภอคลองใหญ่ หลายฝ่ายจะเข้าใจและไม่ค่อยมีความเกลียดชังต่อแรงงานชาวกัมพูชา แต่กระบวนการเรื่องสัญชาติก็ยากกว่าปกติ เพราะเรื่องสัญชาติของเด็กนักเรียนถูกนำไปโยงกับประเด็นความมั่นคง ทั้งที่เด็กไร้สัญชาติเหล่านี้ทั้งหมดอยู่ในไทยมาตั้งแต่เกิด "ถ้าเด็กหลุดจากระบบไป คุณภาพชีวิตเขาจะแย่ลง กลับไปอยู่วัฏจักรแบบเดิม ทั้งยาเสพติด วุฒิการศึกษาไม่มี สัญชาติก็ไม่มี เขาก็ไปไหนไม่ได้ สุดท้ายก็เป็นภาระของประเทศไทย" บัวภากล่าวถึงเด็กหลายคนที่ต้องหยุดเรียน และมองว่าสถานการณ์เช่นนี้ยิ่งจะผลักให้เด็กออกจากระบบการศึกษามากขึ้น เด็กกลุ่มนี้คือกลุ่มเดียวกับที่ในระบบการศึกษาไทยเรียกว่า "นักเรียนรหัส G" คือเด็กที่ไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย แต่ได้รับเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยอักษร G เพื่อใช้ในระบบการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่เลข 13 หลักของกระทรวงมหาดไทย ปัจจุบันมีเด็กนักเรียนไร้รัฐไร้สัญชาติในไทยมากกว่าหนึ่งแสนคน และตัวเลขยังเพิ่มขึ้นทุกปี ตราบใดที่ยังไม่ได้รับการจัดทำทะเบียนประวัติหรือการรับรองสถานะบุคคลตามกฎหมาย รายงานของกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) ชี้ว่าเด็กไร้สัญชาติในไทยมีโอกาสหลุดออกจากระบบการศึกษามากกว่าเด็กท้องถิ่น และมีความเสี่ยงสูงที่จะเข้าสู่แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย ซึ่งตรงกับงานศึกษาอีกหลายชิ้นในต่างประเทศ ที่ระบุว่าเด็กไร้สัญชาติมีความเสี่ยงที่จะหลุดจากระบบการศึกษา ต้องทำงานอันตราย และถูกเอารัดเอาเปรียบสูงกว่าเด็กที่มีสัญชาติ "เด็กต้องเข้าสู่ตลาดแรงงานเร็ว ทั้งที่วุฒิภาวะยังไม่พอ จะตามมาด้วยปัญหาสังคม ท้องไม่พร้อม ยาเสพติด กลับไปสู่วังวนเดิม เขาเลือกไม่ได้ ต้องทำงานที่อันตราย ได้ค่าแรงไม่เป็นธรรม หรือถูกหลอกไปขายบริการทางเพศ" ปฏิมา ตั้งปรัชญากูล ผู้อำนวยการมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN) กล่าว จากการที่เคยลงพื้นที่จัดกิจกรรมส่งเสริมการศึกษาให้กับลูกหลานแรงงานข้ามชาติในอำเภอคลองใหญ่ ปฏิมาพบว่าความยากจนของครอบครัวเป็นอุปสรรคที่ทำให้เด็กเข้าไม่ถึงการศึกษาอยู่แล้ว และหากเข้าเรียนได้ ปัญหาเรื่องสัญชาติก็กลายเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เด็กหลุดออกจากระบบ เข้าสู่ตลาดแรงงานเร็ว แล้ววนกลับเข้าสู่วังวนความยากจนและปัญหาสังคมที่ตามมา ปฏิมาอธิบายต่อว่า เนื่องด้วยคลองใหญ่เป็นอำเภอชายแดน จึงมีพื้นที่สีเทาจำนวนมาก และอยู่ติดกับเกาะกงซึ่งเป็นฐานของกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติและขบวนการหลอกลวงออนไลน์ (scammer) ทำให้ธุรกิจผิดกฎหมายฉวยใช้ประโยชน์จากความเปราะบางและการไม่มีทางเลือกของลูกหลานแรงงานข้ามชาติที่ไร้สัญชาติ "ต้องยอมรับว่าไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เราต้องการกำลังแรงงาน เราจำเป็นต้องพึ่งเด็กกลุ่มนี้มาเป็นกำลังแรงงานของประเทศ เราก็ควรให้เขาเป็นคนที่มีคุณภาพด้วย" ปฏิมากล่าว ปลายเดือนมีนาคม เรือประมงยังคงจอดนิ่งอยู่ที่ท่า รอวันที่คลื่นลมความขัดแย้งสงบลงและลูกเรือกลับมา “หวังว่าจะหางานดีดีที่นี้ได้ รออะไรดีขึ้น เรื่องเอกสารสัญชาติโอเค แล้วค่อยคิดเรื่องอนาคต” เช่นเดียวกับ ยาที่เล่าแผนของตัวเอง ว่าหากท้ายที่สุดไม่สามารถเรียนต่อได้จริงๆ โดยหวังว่าตัวเองจะสามารถหางานที่ดีทำได้ ในสถานการณ์เศรษฐกิจที่ย่ำแย่ลงจากการปิดด่าน ทำได้แค่ประคองตัวเองไม่ให้กลับไปสู่วังวนเดิม ๆ แล้วรอให้หลายอย่างดีขึ้น เช่นเดียว เด็กไร้สัญชาติอีกหลายร้อยชีวิตในอำเภอคลองใหญ่ ที่เกิดและเติบโตบนแผ่นดินนี้ พูดภาษาไทย เรียนหนังสือไทย แต่ยังไม่รู้ว่าเมื่อไรจะได้ออกจากฝั่ง   หมายเหตุ : งานเขียนชิ้นนี้จัดทำขึ้นโดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาทักษะด้านสื่อที่จัดโดยมูลนิธิทอมสัน รอยเตอร์ เนื้อหาทั้งหมดเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว * รายงานพิเศษ * สังคม * แรงงาน * สิทธิมนุษยชน * คุณภาพชีวิต * แรงงานข้ามชาติ * กัมพูชา * เด็กไร้สัญชาติ

dlvr.it

เพิ่งดูที่ ส.ส. ผึ้ง ไอติม หมอเก่งไปออกรายการพี่สอ ฉันว่าคู่ไอติม x หมอเก่งน่าจับมาทำ stand up comedy นะ คนนึงจริงจังหน้านิ่ง อีกคนก็ปั่นหน้านิ่ง คนดูสับอารมณ์กันไม่ถูก 55555555555555555

เมื่อวานเจออันนี้ เด็กผญชาวอินเดียย้ายมาเมกาแล้วอยากเรียนคณิตศาสตร์ให้มากขึ้นเลยอีเมลไปหาคุณยายนักคณิตศาสตร์อายุ 92 ขอให้ช่วยสอนคณิต 7 ปีถัดมา สองคนกับนักคณิตอีกคนช่วยกันแก้คำถามทางคณิตศาสตร์ที่ไม่เคยมีใครแก้ได้ ตีพิมพ์เมื่อก.ค.ที่ผ่านมา ดร.อายุ 99 น้องเพิ่งเข้ามหาลัย https://www.nytimes.com/2026/09/06/science/92-year-old-mathematician-apprentice.html

The 92-Year-Old Mathematician and the Teenage Apprentice - The New York Times

Joan Birman thought her major discoveries were behind her. Then came an email from a young neighbor — a girl who knew little but wanted to learn.

nytimes.com

มีมตัดต่อไม่เคยติดเลย บางอันขรรมดีก็ใช้ได้ แต่มีมเจนเอไอคือไม่ได้อ่ะ meh งานตัดต่อบางอันมันฮาที่ความไม่เข้ากัน แต่พอเอไอ merge รวมกันปุ๊บ uncanny valley เกิดทันที ม่ายล่ายอ่ะ

ก็ลำไยอีส้มบางทีเหมือนกันเวลาหลุดแล้วเอานำ แต่อีฟากนั้นคือไม่มีอะไรยั้งเลยอารมณ์ร้อนเบรกแตก 300% เอ้า ก็ถือว่าเจ๊ากันไป ดูชั้นเชิงคำด่าแทนละกันทีนี้ //จกป็อปคอร์น

Palomitas Enjoys Popcorn

ALT: Palomitas Enjoys Popcorn

static.klipy.com

แต่ในหัวตอนนี้คือวิ่งละนะ อยากรู้ว่าไอ้ปรากฏการณ์วิบัติคำไปในเชิงล้อเลียนงี้นอกจากลดโทนแล้วมันเหล้นกับอำนาจยังไงมั้ยวะ ทำนองสแลงดิจิตอลฟุตลองชีสงี้

พูดก็พูดว่าด้วยเรื่องแผนที่ คนที่คมนาคมบนบกทางสายใต้นี่ผ่านชุมพร-ประจวบฯ ทีโคตร pain in the arse อยู่ตรงไหนก็ไม่รู้เห็นแต่ต้นสนสวนปาล์ม 555555555555