🌰

@ssh10o.bsky.social

น้องเกาลัด l unofficial

ลุงที่ออกมาให้ข่าวเรื่องเลืออกตั้งประกันสังคม พ่นออกมาแต่ละอย่างให้ฟีลตัวร้ายในละครมาก ร้ายโนฟิลเต้อ เข้มสุด100% ร้ายจนเหมือนตัวการ์ตุน นิยามปีสาดหมุ

ฉลองวันเกิด 30 ปี ‘โจชัว หว่อง’ นักเคลื่อนไหวฮ่องกง ผู้ยังถูกคุมขังเกือบ 6 ปี

ฉลองวันเกิด 30 ปี ‘โจชัว หว่อง’ นักเคลื่อนไหวฮ่องกง ผู้ยังถูกคุมขังเกือบ 6 ปี ภาพและรายงาน แมวส้ม admin666 Mon, 2026-10-12 - 11:23 11 ต.ค. 2569 ที่ร้าน House of Commons (HOC) สำนักพิมพ์สำนักนิสิตสามย่านจัดงานฉลองวันเกิดครบ 30 ปี ของ โจชัว หว่อง (Joshua Wong) นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยของฮ่องกง ซึ่งเกิดเมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2539 ตั้งแต่เวลา เพื่อรำลึกถึงชีวิตและการต่อสู้ของเขา ถึงแม้เขาจะถูกคุมขังมาเกือบ 6 ปี แต่ยังมีผู้คนที่ไม่ลืม โดยมีเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล และผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม ภายในงานมีพิธีทำบุญวันเกิด ฉายสารคดี วงเสวนา และร้องเพลงสุขสันต์วันเกิด กิจกรรมเริ่มด้วยพิธีทำบุญวันเกิดให้โจชัว หว่องในเวลา 13.30 น. ต่อด้วยฉายสารคดี Joshua: Teenager vs. Superpower (2017) โดย Joe Piscatella และมีวงพูดคุยหลังสารคดีจบกับ สงวน คุ้มรุ่งโรจน์ และสิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ จากนั้นมีการร้องเพลงและแจกเค้กวันเกิดโจชัว หว่อง และมอบของที่ระลึกให้ผู้ร่วมงาน  สำหรับ “โจชัว หว่อง” นักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยฮ่องกง เคยเป็นผู้นำนักศึกษาในการประท้วง “ปฏิวัติร่ม” ปี 2014 และร่วมก่อตั้งพรรคเดโมซิสโต ก่อนพรรคยุบตัวในปี 2020 หลังการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคง ครั้งหนึ่งเขาเคยพยายามมาร่วมงานรำลึก 40 ปี 6 ตุลา ที่ประเทศไทย แต่ปรากฏว่าไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศและถูกควบคุมตัวอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ 12 ชั่วโมง ก่อนถูกส่งตัวกลับฮ่องกง  ปัจจุบันโจชัว หว่อง ถูกคุมขังมาแล้ว 2,149 วัน หรือกว่า 5 ปี 10 เดือน หลังถูกทางการฮ่องกงควบคุมตัวต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2020 ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 ก.ย. 2026 เขาให้การรับสารภาพในข้อหาสมคบคิดเพื่อร่วมมือกับต่างชาติ นับเป็นครั้งที่สองภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติที่รัฐบาลจีนคอมมิวนิสต์บังคับใช้ในฮ่องกง ซึ่งอาจทำให้ต้องรับโทษจำคุกเพิ่มเติมจากกำหนดพ้นโทษเดิมในปี 2570 * ข่าว * สิทธิมนุษยชน * โจชัว หว่อง * เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล * ฮ่องกง

dlvr.it

เราว่าบางทีไม่ต้องโอ๋ประชาชนคนไทยมากก็ได้ว่าแบบ เขามาเลือกตั้งกันน้อยเพราะเขาไม่รู้ มันโปรโมตห่วย คือประกันสังคมมันโปรโมตเรื่องเลือกตั้งห่วยก็จริง แต่อีกสิ่งที่จริงเหมือนกันคือคนอิกนอร์ก็เยอะนั่นแหละ คนไทยมันทันทุกเทรนด์ทุกข่าวกันจะตาย กูเป็นนักข่าวยังทันไม่เท่า หูยใครคบใครเลิกใครนอกใจใครตีกันใครไม่กตัญญู รู้หมดอะ แต่เลือกไม่รับรู้ 1 ข่าวที่เกี่ยวข้องกับสิทธิตัวเอง

Walpurgisnacht: Rising is coming, so here's the chart ช่วงที่หนังภาคใหม่เข้าใหม่ๆ เห็นบางคนงงว่า สรุปต้องรู้หรือดูอะไรมาก่อนบ้าง? ต้องเล่นเกมด้วยเหรอ? เลยทำ Watch Guide ง่ายๆ มาเผื่อจะช่วยเตรียมความพร้อมก่อนไปดูมาโดกะภาคใหม่กัน movie 1-2 รอบพิเศษเปิดให้จองแล้ว รอบทั่วไปเริ่ม 22 ตุลาทั้งสองเครือ #PuellaMagiMadokaMagica #MadokatheMovieTH

Bild

บรรยากาศแห่งความ "เงินกู" คึกคักมาก ฝั่งซ้ายลูกจ้าง ฝั่งขวานายจ้าง รถติดตะบัน ส่วนฉันปั่นจักรยานมุดไป

Bild

ความแค้นก็ส่วนนึง แต่การขับเคลื่อนด้วยความแค้นมันไม่ยั่งยืนเท่ากับสำนึกในการปกป้องสิทธิของตัวเอง ยิ่งหลายจังหวัดน้ำท่วม เอาตัวออกจากบ้านมาก็ยาก ผู้ประกันตนมาลงคะแนนเลือกบอร์ดมากกว่าเดิมก็เกินความคาดหมายมากแล้ว ที่เหลือคือทำยังไงให้รอบหน้าคนมาใช้สิทธิเท่าเดิมหรือมากขึ้นอีก

เพิ่งเคยดูเพอร์ซี นี่เราดูซีรีส์ genre แอคชั่นผจญภัยแบบนี้ครั้งล่าสุดคือเมื่อไรกันนะ.. หนุกดี แม้จะมืดไปหน่อย(..)

พ่อฝึกกุขับรถยังกะเทรนทหาร ก้เตือนๆแล้วว่าตะคอกเสียงดังคนแถวบ้านจะมองไม่ดีนะ ก้ไม่ยอมฟัง😅 hurt people hurt people กุเข้าใจเค้าทุกอย่างนะว่าผ่านไรมาบ้าง แต่ถ้าเลือกจะทำตัวยังงี้ไปจนตายก้แยกกันอยู่เนี่ยง่ายดี

เพิ่งเห็นข่าวที่แฟลตฟอร์มเว็บตูนเกาหลีโดนแหก ใช่ ถ้าแปลนอกปกตินักเขียนเกา ได้ 10-20% แฟลตฟอร์มได้ 80-90% เอเจนซี่หักไปอีก 50% ที่มันอยู่ได้ก่อนหน้านี้เพราะหมุนเวียนในตลาดมากพอจนเหลือเศษเงินไปถึงนักเขียนได้

เปรียบความคิดไม่ดีเปนเหมือนภัยธรรมชาติ เข้ามาแล้วปล่อยให้ออกไป เอามาเก็บไว้กะตัวเองก้หนักยังงั้น อยากใช้ชีวิตที่ไม่หนักอึ้งน่ะ

ล่าสุดยกให้แบบสอบถามเก็บค่าออกสนามบินจากสรรพากร เม็ดเยอะเข้าใจยากกว่าภาษาเไ อี้กกกกกก //ส่วนนี่ลอกโพยคนในทวิตมา ติ๊กอื่นๆ ละใส่ "ไม่เห็นด้วยกับการจัดเก็บภาษีใด ๆ ในหมวดนี้"

🪓🪼@evillilpolyp.bsky.social · last wk.

(กระซิบ) เวลามีร่วมแสดงความเห็น อยากให้ช่วยแปะโพยให้นุหน่อยว่าต้องเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ไม่ต้องถึงกับจับมือเขียนคำตอบแต่ละข้อก็ได้ แต่บางทีสำนวนราชการมันงงอ่ะ กลัวมันสอดไส้

ตกหลุมรักเรื่อง #Ghosts 👻 สุดใจ ยกให้อยู่ใน top lists ของซีรีส์โปรดตลอดกาล สนุก ตลก อบอุ่นหัวใจ มีครบทุกอย่างที่นี่ชอบ เรื่องคือแซมกับเจย์ได้รับมรดกเป็นคฤหาสน์ที่เต็มไปด้วยผี แล้วก็มีเหตุที่ทำให้แซมมองเห็นเหล่าผีได้ น่ารักจนยิ้มตาม ดูแล้วมีความสุขทุกตอน แต่ละตัวละครมีสตอรี่เป็นของตัวเอง ทำให้เราเห็นพัฒนาการของแต่ละคนได้ดีขึ้น รักทุกตลคเลยจริง ๆ เป็นซิทคอมที่ดีมาก 🥺🤍 #ภพนภามีซีรีส์

Bild

Rocket Media Lab: เทียบแผนที่น้ำท่วมกรุงเทพฯ ปี 2554 กับ 2569 ท่วมซ้ำ ท่วมใหม่ รอดตรงไหนใน 50 เขต

Rocket Media Lab: เทียบแผนที่น้ำท่วมกรุงเทพฯ ปี 2554 กับ 2569 ท่วมซ้ำ ท่วมใหม่ รอดตรงไหนใน 50 เขต Rocket Media Lab auser15 Wed, 2026-10-07 - 10:33 ฝนที่ตกต่อเนื่องเกือบ 48 ชั่วโมงเมื่อช่วงวันที่ 24-26 กันยายน 2569 ทำให้ถนนหลายสายในกรุงเทพฯ เกิดน้ำท่วมขัง และมีปริมาณฝนสะสมบางพื้นที่สูงเกิน 300 มิลลิเมตร จน กทม. ต้องประกาศให้พื้นที่ทั้ง 50 เขตเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย ก่อนจะออกประกาศปรับลดพื้นที่ภายหลังในวันที่ 29 กันยายน แบ่งเป็น 21 เขตไม่ได้รับผลกระทบ 14 เขตได้รับผลกระทบระดับปานกลาง และ 15 เขตได้รับผลกระทบระดับสูง สถานการณ์น้ำท่วมขังใน 29 เขตดังกล่าว ดึงความทรงจำของคนเมืองให้มองย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์มหาอุทกภัยปี 2554 ซึ่งเป็นวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของไทย ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กรุงเทพฯ ทุ่มงบประมาณมหาศาลไปกับโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งเขื่อน อุโมงค์ระบายน้ำ แก้มลิง ไปจนถึงการขุดลอกคลอง แต่เมื่อต้องรับมือกับฝนตกหนักในปีนี้ ภาพน้ำท่วมขังกลับยังคงปรากฏซ้ำในจุดเดิมๆ นำมาสู่ประเด็นคำถามว่า เมื่อเทียบกับปี 2554 แผนที่น้ำท่วมของกรุงเทพฯ เปลี่ยนไปอย่างไร และงบประมาณแก้ไขปัญหาน้ำท่วมของ กทม. ได้ถูกนำไปใช้ตรงจุดวิกฤตที่เกิดขึ้นจริงหรือไม่ น้ำท่วมปี 2554 เทียบ 2569 แต่ละเขตเป็นอย่างไร สถานการณ์น้ำท่วมในปี 2554 Rocket Media Lab รวบรวมจากรายงานข่าวหลายแหล่ง ซึ่งแบ่งไว้เป็น 5 กลุ่ม นำมาจัดระดับให้เทียบกับปี 2569 ตามประกาศของ กทม. ได้ดังนี้ * ผลกระทบระดับสูง นับเขตที่ระบุว่าท่วมหนักและเป็นเวลานาน * ผลกระทบระดับปานกลาง นับเขตที่ระบุว่าเสียหายบางส่วนจากน้ำเหนือเกิน 20% ของพื้นที่, เสียหายบางส่วนน้อยกว่า 20% ของพื้นที่ และเขตที่ได้รับผลกระทบช่วงสั้นๆ จากระดับน้ำเจ้าพระยาขึ้น-ลง * ไม่ได้รับผลกระทบ นับเขตที่ระบุว่าไม่ประสบปัญหาน้ำท่วม โดยสามารถแบ่งระดับผลกระทบของ 50 เขตในกรุงเทพฯ ได้ดังนี้ * เขตที่ได้รับผลกระทบระดับสูง มี 12 เขต ได้แก่ คลองสามวา จตุจักร ดอนเมือง ตลิ่งชัน ทวีวัฒนา บางเขน บางแค บางพลัด ภาษีเจริญ สายไหม หนองแขม และหลักสี่ * เขตที่ได้รับผลกระทบระดับปานกลาง มี 26 เขต ได้แก่ คลองเตย คันนายาว จอมทอง ดินแดง ดุสิต ธนบุรี บางกอกน้อย บางกอกใหญ่ บางกะปิ บางขุนเทียน บางคอแหลม บางซื่อ บางบอน  บางรัก บึงกุ่ม ประเวศ พระโขนง พระนคร มีนบุรี ยานนาวา ลาดกระบัง ลาดพร้าว สะพานสูง สัมพันธวงศ์ หนองจอก และห้วยขวาง * เขตที่ไม่ได้รับผลกระทบ มี 12 เขต ได้แก่ คลองสาน ทุ่งครุ บางนา ปทุมวัน ป้อมปราบศัตรูพ่าย พญาไท ราชเทวี ราษฎร์บูรณะ วังทองหลาง วัฒนา สวนหลวง และสาทร ส่วนปี 2569 แบ่งได้ ดังนี้ * เขตที่ได้รับผลกระทบระดับสูง มี 15 เขต ได้แก่ คลองสามวา คันนายาว จตุจักร บางกะปิ บางเขน บึงกุ่ม ประเวศ มีนบุรี ลาดกระบัง วังทองหลาง สวนหลวง สะพานสูง สายไหม หนองจอก และหลักสี่ * เขตที่ได้รับผลกระทบระดับปานกลาง มี 14 เขต ได้แก่ ดอนเมือง ดินแดง ดุสิต ทวีวัฒนา ทุ่งครุ บางซื่อ บางนา บางบอน บางพลัด พญาไท พระโขนง ราชเทวี วัฒนา และห้วยขวาง * เขตที่ไม่ได้รับผลกระทบ มี 21 เขต ได้แก่ คลองเตย คลองสาน จอมทอง ตลิ่งชัน ธนบุรี บางกอกน้อย บางกอกใหญ่ บางขุนเทียน บางคอแหลม บางแค บางรัก ปทุมวัน ป้อมปราบศัตรูพ่าย พระนคร ภาษีเจริญ ยานนาวา ราษฎร์บูรณะ ลาดพร้าว สัมพันธวงศ์ สาทร และหนองแขม ทั้งนี้ เขตที่ได้รับผลกระทบ ตามประกาศของ กทม. หมายถึงเกิดปัญหาน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัด ซึ่งกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชน  ตลอดจนก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย และความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชนและของรัฐ อันเป็นสาธารณภัยตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 โดยใน 21 เขตที่ระบุว่าไม่ได้รับผลกระทบนั้น มาจากการตรวจสอบในเชิงพื้นที่ของ กทม. เอง ซึ่งอาจหมายความว่ามีน้ำท่วมขังบางจุด แต่ไม่ถึงขั้นกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ได้แปลว่าไม่มีน้ำท่วมขังเลย และ กทม. ไม่ได้เปิดเผยเกณฑ์รายละเอียดที่ใช้แยกระดับปานกลางและกับสูง เมื่อเทียบปี 2554 กับปี 2569 ภาพรวมของกรุงเทพฯ ดูจะไปในทางที่ดีขึ้น โดยมีเขตที่ไม่ได้รับผลกระทบเพิ่มจาก 12 เป็น 21 เขต เขตที่ได้รับผลกระทบปานกลางลดลงจาก 26 เหลือ 14 เขต ส่วนผลกระทบสูงเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 12 เป็น 15 เขต ทว่าเมื่อเปรียบเทียบเป็นรายเขต จะพบว่าน้ำท่วมไม่ได้หายไป แต่แค่ย้ายพื้นที่ท่วม โดยมีรายละเอียด ดังนี้ * เขตที่ได้รับผลกระทบทั้งสองปี มี 22 เขต ในจำนวนนี้มี 5 เขตที่อยู่ระดับสูงทั้งสองปี คือ คลองสามวา จตุจักร บางเขน สายไหม และหลักสี่ มี 8 เขตที่ขยับจากปานกลางเป็นสูง คือ คันนายาว บางกะปิ บึงกุ่ม ประเวศ มีนบุรี ลาดกระบัง สะพานสูง และหนองจอก ส่วนดอนเมือง ทวีวัฒนา บางพลัด ลดจากสูงเป็นปานกลาง และอีก 6 เขตอยู่ระดับปานกลางเท่าเดิม คือ ดินแดง ดุสิต บางซื่อ บางบอน พระโขนง และห้วยขวาง * เขตที่ไม่ได้รับผลกระทบในปี 2554 แต่ได้รับผลกระทบในปี 2569 มี 7 เขต ในนี้มี 2 เขตที่ได้รับผลกระทบระดับสูง ได้แก่ วังทองหลาง และสวนหลวง ส่วนที่เหลืออยู่ระดับปานกลาง คือ ทุ่งครุ บางนา พญาไท ราชเทวี และวัฒนา * เขตที่ได้รับผลกระทบในปี 2554 แต่ไม่ได้รับผลกระทบในปี 2569 มี 16 เขต เป็นเขตที่เคยอยู่ระดับสูง 4 เขต คือ ตลิ่งชัน บางแค ภาษีเจริญ หนองแขม และเคยอยู่ระดับปานกลาง 12 เขต ได้แก่ คลองเตย จอมทอง ธนบุรี บางกอกน้อย บางกอกใหญ่ บางขุนเทียน บางคอแหลม บางรัก พระนคร ยานนาวา ลาดพร้าว และสัมพันธวงศ์ * เขตที่ไม่ได้รับผลกระทบเลยทั้งสองปี มีเพียง 5 เขต ได้แก่ คลองสาน ปทุมวัน ป้อมปราบศัตรูพ่าย ราษฎร์บูรณะ และสาทร จากข้อมูลจะเห็นว่า น้ำท่วมไปกระจุกอยู่แถบกรุงเทพตะวันออกและเหนือ ซึ่งมีเขตที่ได้รับผลกระทบระดับสูงรวมกัน 13 จาก 15 เขต โดยฝั่งกรุงเทพตะวันออกที่เคยมีเขตระดับสูงในปี 2554 เพียง 1 เขต กลายเป็นมีระดับสูงครบทั้ง 9 เขตในปีนี้ ขณะที่ฝั่งธนฯ ซึ่งเคยมีเขตระดับสูงถึง 6 เขต ก็ไม่เหลือเขตระดับสูงอยู่เลย น้ำท่วมปี 2554 และ 2569 มีที่มาจากไหน ต่างกันอย่างไร  ข้อมูลจากสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำระบุว่า มหาอุทกภัยปี 2554 เกิดจากลานีญาที่ทำให้ฝนมาเร็วและมีปริมาณฝนสะสมทั่วประเทศสูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 35% ร่วมกับอิทธิพลจากพายุ 5 ลูก ทำให้เกิดมวลน้ำมหาศาลจากภาคเหนือไหลลงลุ่มน้ำเจ้าพระยา เจอกับโครงสร้างป้องกันน้ำท่วมที่มีประสิทธิภาพลดลงจากแผ่นดินทรุดและขาดการบำรุงรักษา การผันน้ำออกฝั่งตะวันออกและตะวันตกทำได้ไม่เต็มศักยภาพ น้ำจึงไหลเข้ากรุงเทพฯ ทางด้านเหนือ พื้นที่รับน้ำเดิมก็ถูกถมเป็นหมู่บ้านจัดสรรและนิคมอุตสาหกรรมทำให้ระบายไม่ได้ และน้ำทะเลหนุนช่วงปลายตุลาคมถึงพฤศจิกายนทำให้ระบายลงอ่าวไทยล่าช้า ส่วนปี 2569 สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ระบุว่า เกิดจากฝนตกลงตรงพื้นที่ราบอย่างต่อเนื่องและกระจายหลายจุด ทำให้มีน้ำไหลเข้าระบบระบายตลอด บางพื้นที่จึงระบายไม่ทันแม้ฝนเริ่มลด ประกอบกับคำอธิบายจาก รศ.ดร.สิตางศุ์ พิลัยหล้า อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ชี้ว่าลักษณะกายภาพของกรุงเทพฯ มีพื้นที่ระดับสูงต่ำไม่เท่ากัน พื้นที่ต่ำอย่างบางกะปิ รามคำแหง หรือฝั่งตะวันออกต้องรับน้ำจากที่สูงกว่า ขณะที่ฝั่งธนบุรีซึ่งเป็นพื้นที่สูง แม้มีฝนใกล้เคียงกันแต่เกิดน้ำท่วมน้อยกว่า นอกจากนี้ ข้อมูลจากสำนักการระบายน้ำที่เคยรายงานสถิติน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักของกรุงเทพฯ ปี 2567-2568 พบว่ามีจำนวนน้ำท่วมขังรวม 841 ครั้ง ใน 43 เขต เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลเขตที่เกิดน้ำท่วมทั้งปี 2554 และ 2569 นี้จะพบว่า 22 เขตที่น้ำท่วมซ้ำซากทั้ง 2 ปี มีรายงานการเกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลัก รวม 480 ครั้ง หรือคิดเป็น 57.07% ของรายงานทั้งหมด ยิ่งไปกว่านั้น 5 อันดับเขตที่มีน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักมากที่สุด ก็ล้วนจัดอยู่ในกลุ่มเขตที่ได้รับผลกระทบซ้ำซากนี้ ได้แก่ ดินแดง 57 ครั้ง, หลักสี่ 52 ครั้ง, จตุจักร 49 ครั้ง, บึงกุ่ม 45 ครั้ง และบางกะปิ 44 ครั้ง ขณะที่ 5 เขตที่รอดน้ำท่วมทั้งสองปี เกิดน้ำท่วมขังรวมกันเพียง 46 ครั้ง หรือคิดเป็น 5.47% เท่านั้น  เมื่อดูเฉพาะ 29 เขตที่ได้รับผลกระทบระดับสูงและปานกลางในปี 2569 พบว่า มี 24 เขตที่มีรายงานน้ำท่วมขังบนถนนช่วงปี 2567-2568 รวมกันสูงถึง 655 ครั้ง หรือคิดเป็น 77.88% ของรายงานทั้งหมด และมี 5 เขต ที่ไม่เคยมีรายงานน้ำท่วมขังบนถนนเลยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แต่กลับประสบอุทกภัยในปีนี้ ได้แก่ คลองสามวา ทวีวัฒนา ทุ่งครุ สะพานสูง และหนองจอก จากข้อมูลชี้ให้เห็นว่า แม้แผนที่น้ำท่วมในปี 2569 จะไม่ได้ซ้ำกับปี 2554 ทั้งหมด แต่พื้นที่ส่วนใหญ่ที่ได้รับผลกระทบก็เป็นพื้นที่ที่มีประวัติน้ำท่วมขังสะสมบนถนนมาก่อน ขณะเดียวกันบางพื้นที่ก็เพิ่งปรากฏเป็นจุดเสี่ยงจากลักษณะฝนตกหนักโดยตรงในปีนี้ เมื่อปัญหาน้ำท่วมไม่ได้กระจายตัวเท่ากันใน 50 เขต คำถามที่ตามมาคือ กทม. จัดสรรงบประมาณเพื่อรับมือกับปัญหาน้ำท่วมไปยังพื้นที่เหล่านี้อย่างไร และงบประมาณดังกล่าวถูกนำไปใช้กับงานประเภทใดบ้าง 4 ปี กทม. ใช้งบแก้น้ำท่วมเท่าไร งบลงเขตที่เกิดน้ำท่วมแค่ไหน? Rocket Media Lab รวบรวมข้อมูลจากข้อบัญญัติงบประมาณกรุงเทพมหานคร 4 ปีย้อนหลัง (ปีงบฯ 2566-2569) พบงบที่เกี่ยวข้องกับการระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วมจากสำนักการระบายน้ำและสำนักงานเขต 50 เขต รวม 13,563.59 ล้านบาท แบ่งเป็นงบของสำนักการระบายน้ำประมาณ 9,376.37 ล้านบาท และงบของ 50 สำนักงานเขตอีกประมาณ 4,187.22 ล้านบาท หากแยกตามประเภทงาน พบว่า งบก้อนใหญ่ที่สุดคือ เขื่อนและแนวป้องกันน้ำท่วม 5,465.22 ล้านบาท หรือ 40.29% รองลงมาคือ งบเกี่ยวกับระบบระบายน้ำ 3,788.85 ล้านบาท หรือ 27.93% ตามด้วยงบค่าใช้สอยและวัสดุ 2,848.74 ล้านบาท หรือ 21% งบขุดลอกคลอง-ลำราง 1,151.24 ล้านบาท หรือ 8.49% งบแก้มลิง 252.30 ล้านบาท หรือ 1.86% และงบสำหรับเครื่องสูบน้ำ 57.23 ล้านบาท หรือ 0.42%  เมื่อรวมงบประมาณจากสำนักการระบายน้ำและสำนักงานเขต เฉพาะรายการที่สามารถระบุพื้นที่ดำเนินการเป็นรายเขตได้ พบว่ามีงบรวม 11,318.05 ล้านบาท กระจายอยู่ในทั้ง 50 เขตของกรุงเทพฯ เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับพื้นที่น้ำท่วมในปี 2554 และ 2569 พบว่า 22 เขตที่มีประวัติน้ำท่วมซ้ำทั้งสองปี ได้รับงบประมาณรวมตลอด 4 ปี 5,562.78 ล้านบาท หรือ 49.15% ของงบที่สามารถระบุพื้นที่ได้ โดยเขตที่ได้รับงบสูงสุดในกลุ่มนี้คือดอนเมือง 770.91 ล้านบาท ซึ่งดอนเมืองถูกจัดอยู่ในกลุ่มผลกระทบระดับปานกลางในปี 2569 ขณะที่หนองจอก ซึ่งอยู่ในกลุ่มได้รับผลกระทบระดับสูง กลับได้รับงบเพียง 19.09 ล้านบาท หรือน้อยกว่าดอนเมืองราว 40 เท่า งบของหนองจอกเป็นค่าวัสดุและค่าใช้สอย 13.09 ล้านบาท กับงบขุดลอกคลอง-ลำราง 6 ล้านบาท ไม่มีงบเกี่ยวกับระบบระบายน้ำเลย เมื่อดูเฉพาะปี 2569 เขตที่ได้รับผลกระทบ 29 เขตได้งบรวม 7,060.99 ล้านบาท หรือ 62.4% ของงบที่ระบุพื้นที่ได้ สามารถแบ่งตามระดับที่ได้รับผลกระทบ ได้ดังนี้ * เขตที่ได้รับผลกระทบระดับสูง มี 15 เขต ได้รับงบ 4 ปี รวม 3,945.47 ล้านบาท หรือ 34.86% เขตที่ได้งบมากที่สุดคือ หลักสี่ 694.53 ล้านบาท และน้อยที่สุดคือ หนองจอก 19.09 ล้านบาท * เขตที่ได้รับผลกระทบระดับปานกลาง มี 14 เขต ได้รับงบ 4 ปี รวม 3,115.52 ล้านบาท หรือ 27.53% เขตที่ได้งบมากที่สุดคือ ดอนเมือง 770.91 ล้านบาท และน้อยที่สุดคือ บางบอน 52.53 ล้านบาท   ส่วน 21 เขตที่ไม่ได้รับผลกระทบ ได้รับงบ 4 ปี รวม 4,257.04 ล้านบาท หรือ 37.61% เขตที่ได้งบมากที่สุดคือ คลองเตย 662.58 ล้านบาท และน้อยที่สุดคือ ป้อมปราบศัตรูพ่าย 22 ล้านบาท  ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นความเหลื่อมล้ำในการจัดสรรงบประมาณป้องกันและแก้น้ำท่วมกับระดับความเสี่ยงของพื้นที่ โดยพบช่องว่างงบประมาณที่แตกต่างกันอย่างมากแม้ในกลุ่มเขตที่มีระดับผลกระทบใกล้เคียงกัน ตัวอย่างเช่น หนองจอกซึ่งอยู่ในกลุ่มผลกระทบระดับสูงได้รับงบเพียง 19.09 ล้านบาท ขณะที่หลักสี่อยู่ในระดับเดียวกันได้งบ 694.53 ล้านบาท ต่างกันกว่า 36 เท่า ส่วนเขตผลกระทบระดับปานกลางอย่าง ดอนเมือง ได้งบสูงถึง 770.91 ล้านบาท ห่างจากเขตบางบอนในกลุ่มเดียวกันราว 15 เท่า การเปรียบเทียบสถานการณ์ปี 2554 กับ 2569 สะท้อนให้เห็นว่ากรุงเทพฯ กำลังเผชิญกับโจทย์เรื่องน้ำที่เปลี่ยนไป การจับตาเรื่องงบประมาณในการแก้ปัญหาน้ำท่วมต่อจากนี้จึงไม่ได้หยุดอยู่แค่คำถามว่า กทม. ใช้งบประมาณไปเท่าไรแล้วทำไมน้ำยังคงท่วม แต่ต้องชี้ให้เห็นว่าเงินแต่ละก้อนถูกนำไปใช้แก้ไขปัญหาน้ำแบบไหน และรูปแบบการแก้ไขนั้นตรงกับสภาวะความเสี่ยงของเมืองในปัจจุบันหรือไม่ การจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณหลังจากนี้ จึงต้องพิจารณาจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งจำนวนครั้งและระยะเวลาในการเกิดน้ำท่วมขัง จำนวนประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ความสำคัญเชิงพื้นที่ของโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนความเสี่ยงจากสภาวะอากาศแปรปรวนในระยะยาว เพราะในวันที่ฝนตกหนักลงกลางเมืองเกินกว่า 300 มิลลิเมตรได้ภายในเวลาไม่กี่สิบชั่วโมง การจัดการน้ำจะหยุดอยู่แค่การสร้างแนวป้องกันเพื่อกั้นน้ำจากภายนอกไม่ให้ทะลักเข้าเมืองไม่ได้อีกต่อไป แต่ต้องยกระดับศักยภาพของระบบภายในเพื่อรับมวลน้ำฝน เร่งระบายน้ำออกสู่ระบบหลัก ตลอดจนกระจายความช่วยเหลือลงสู่พื้นที่ได้อย่างทันท่วงที * ข่าว * สังคม * คุณภาพชีวิต * สิ่งแวดล้อม * Rocket Media Lab * ภัยพิบัติ * น้ำท่วม

dlvr.it

เนื้อเรื่องเกมมาเวลสไปเด้อแมนภาคน้องไมล์ส คสพ.ไมล์สกะน้องฟินน์มีความนารุโตะ&ซาสึเกะอยู่มาก คอมบิเนชั่นที่เริ่ด

นักศึกษา 'มน. - มช.' รำลึก 50 ปี เหตุการณ์ '6 ตุลา'

นักศึกษา 'มน. - มช.' รำลึก 50 ปี เหตุการณ์ '6 ตุลา' ภาณุลักษณ์ อินทร์เฉลิม : รายงานเนื้อหาส่วนมหาวิทยาลัยนเรศวร  Pazzle Tue, 2026-10-06 - 18:12 นักศึกษามหาวิทยาลัยนเรศวร และนักศึกษามหาวิทยาวิทยาเชียงใหม่ ร่วมจัดงานรำลึก 50 ปี 6 ตุลาฯ เหตุการณ์สังหารหมู่กลางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อ พ.ศ. 2519      6 ต.ค. 2569 เนื่องในวาระครบรอบ 50 ปี 6 ตุลาฯ เหตุการณ์สังหารหมู่กลางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักศึกษามหาวิทยาลัยนเรศวร และนักศึกษาจากมหาวิทยาวิทยาเชียงใหม่ ได้ร่วมกันจัดงานเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ด้วย ที่คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นิสิตจากชมรมรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ ร่วมกับเครือข่ายจัดงานรำลึก 6 ตุลา ใน จ.พิษณุโลก จัดนิทรรศการรำลึก 50 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมชวนผู้ร่วมชมนิทรรศการติดโพสต์อิทแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า “นึกถึง 6 ตุลา นึกถึงอะไร” โดยมีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก กลุ่มผู้จัดกิจกรรมมองว่า เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ไม่ได้เป็นเพียงบาดแผลทางประวัติศาสตร์และโศกนาฏกรรมจากการปราบปรามประชาชนเท่านั้น แต่ในวันเดียวกันยังเป็นจุดเริ่มต้นของการรัฐประหารโดย พล.ร.อ. สงัด ชลออยู่ และนำไปสู่การส่งต่อ “มรดกอำนาจนิยม” อาทิ คำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ซึ่งแก้ไขเพิ่มโทษทางอาญาในประมวลกฎหมายอาญา จำนวน 12 มาตรา หนึ่งในนั้นคือประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่าด้วยความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ โดยคำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 เพิ่มอัตราโทษเป็นจำคุกตั้งแต่ 3 ปีถึง 15 ปี จากเดิมที่มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และไม่มีโทษขั้นต่ำ ผู้จัดกิจกรรมระบุว่า ผลของคำสั่งดังกล่าวยังคงส่งผลกระทบต่อหลักสิทธิมนุษยชนมาจนถึงปัจจุบัน ผู้จัดกิจกรรมระบุด้วยว่า แม้เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 จะผ่านพ้นไปแล้ว แต่ยังคงสร้างบาดแผลให้กับสังคมไทย การจัดนิทรรศการครั้งนี้ ชมรมรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ต้องการจารึกความทรงจำและสร้างพื้นที่ให้เกิดการตระหนักรู้ถึงเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์การเมืองไทยในหมู่นิสิตที่มหาวิทยาลัยนเรศวร                 ส่่วนที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นักศึกษากลุ่มนิติซ้ายจากคณะนิติศาสตร์ได้แขวนป้ายผ้าขนาดใหญ่หน้าคณะเขียนข้อความ "ลบมรดก 6 ตุลา" และป้าย "หมวด 1 มาตรา 1 อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน" พร้อมทั้งจัดงานนิทรรศการลบมรดก 6 ตุลา บริเวณด้านข้างคณะ และจะจัดเสวนา "ในนามของความมั่นคง" โดยอาจารย์ภาสกร ญี่นาง คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในวันพรุ่งนี้ (7 ต.ค. 2569) เวลา 20.30 น.  นักศึกษากลุ่มนิติซ้ายระบุ จากเหตุการณ์รัฐประหาร 6 ตุลา 2519 สู่คำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ซึ่งมีการแก้ไขเพิ่มอัตราโทษในความผิดเกี่ยวกับการหมิ่นประมาท รวมถึงมาตรา 112 กลุ่มกิจกรรมนักศึกษานิติซ้ายขอร่วมรำลึก ทบทวน และตั้งคำถาม ในฐานะนักศึกษากฎหมาย ผู้เรียนรู้จากประวัติศาสตร์ และผู้เชื่อว่ากฎหมายมิได้อยู่เหนือการตั้งคำถาม เพราะการรำลึกมิใช่เพียงการหวนกลับไปมองอดีต แต่คือการทบทวนว่า มรดกจากอดีตยังคงกำหนดปัจจุบันของเราอย่างไร ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลา เพื่อไม่ให้หน้าต่อไปของประวัติศาสตร์ถูกเขียนซ้ำด้วยอำนาจแบบเดิม         ภาพบริเวณหน้าคณะนิติศาสตร์ มช. นอกจากนี้ยังพบป้ายผ้าเขียนข้อความ "NEVER FORGET OCT 6 1976" ที่บริเวณหน้าคณะมนุษยศาสตร์ มช. ด้วย   บริเวณหน้าคณะมนุษยศาสตร์ มช.      * ข่าว * การเมือง * การศึกษา * มหาวิทยาลัยนเรศวร * มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ * 6 ตุลาคม 2519 * ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลา 2519

dlvr.it

'ฟ้า พรหมศร' เริ่มฟื้นฟูร่างกาย หลังอดอาหารมานาน ฝากดีใจกับทุกคนที่เข้าเกณฑ์ 'นิรโทษกรรม'

'ฟ้า พรหมศร' เริ่มฟื้นฟูร่างกาย หลังอดอาหารมานาน ฝากดีใจกับทุกคนที่เข้าเกณฑ์ 'นิรโทษกรรม' Pazzle Tue, 2026-10-06 - 16:43 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนอัปเดตอาการ “ฟ้า” พรหมศร ผู้ต้องขังคดี ม.112 อดีตนักกิจกรรมกลุ่มราษฎรมูเตลู ที่อดอาหารเรียกร้องสิทธิประกันตัวไปมากว่า 80 วัน โดยขณะนี้ฟ้าเริ่มกลับมาเข้ากระบวนการฟื้นฟูร่างกายทยอยกลับมารับสารอาหาร แต่ยังไม่ได้รับประทานอาหารหนัก ฟ้าฝากดีใจกับผู้ต้องขังทุกคนที่เข้าเกณฑ์ได้รับการปล่อยตัวจากผลของการนิรโทษกรรมคดีทางการเมือง โดยฟ้าเชื่อว่าปัญหาของสังคมจะแก้ไขได้นั้นต้องมีการพูดคุยระหว่างกัน หาทางออกร่วมกัน   6 ต.ค. 2569 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงาน เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 2569 ทนายความเข้าเยี่ยม “ฟ้า” พรหมศร วีระธรรมจารี อดีตนักกิจกรรมกลุ่มราษฎรมูเตลู ซึ่งถูกคุมขังในคดีมาตรา 112 ระหว่างฎีกา เขาเริ่มอดอาหารอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2569 เพื่อเรียกร้องสิทธิการประกันตัว และขอโอกาสออกไปดูแลครอบครัว โดยเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ฟ้าเริ่มเข้ากระบวนการ Refeeding แล้ว หลังอดอาหารต่อเนื่องรวม 3 เดือน หรือรวม 92 วัน ที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ฟ้าอยู่ในชุดสีขาวพร้อมทั้งสวมเสื้อกันหนาวสีกรมอีกชั้น ข้าง ๆ ตัวมีไม้เท้าช่วยพยุง พร้อมแก้วน้ำหวานและสมุด 1 เล่ม สีหน้าเขาดูสดใสขึ้น แม้ใบหน้าจะยังคงตอบอยู่ก็ตาม ฟ้าแจ้งว่าได้เริ่มกลับมาดื่มนมตั้งแต่ประมาณวันที่ 29 ก.ย. ที่ผ่านมา และตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. ได้เริ่มเข้ากระบวนการ Refeeding คือทยอยกลับมารับสารอาหาร โดยได้ทานเบลนเดอร่า-เอ็มเอฟ ซึ่งเป็นอาหารเสริมชนิดผง แต่ยังไม่ได้รับประทานอาหารหนัก ฟ้าเล่าว่าวันแรกที่เริ่มทาน มีอาการท้องเสียหนักมาก แต่ในทุกขั้นตอน จะมีนักโภชนาการที่เข้ามาดูแลกระบวนการ โดยมีการนับแคลอรีจากสิ่งที่ทานด้วย และค่าต่าง ๆ อยู่ในเกณฑ์ที่ดีขึ้น ฟ้าบอกว่าสภาวะสมองยังมีมึน ๆ เบลอ ๆ อยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้เยอะเหมือนช่วงที่ผ่านมา ฟ้ายังย้ำถึงเรื่องที่เขาพยายามสวดมนต์บ่อย ๆ อยู่เช่นเดิม  ส่วนสถานการณ์ของเรือนจำนั้น ฟ้าบอกว่าทราบว่ามีน้ำท่วม แต่เขาไม่ได้รับรู้สถานการณ์โดยรวมเท่าไร โดยรวม ๆ ในโรงพยาบาลทุกอย่างยังคงดำเนินการได้ตามปกติ ยังไม่ได้รับผลกระทบจากเรื่องน้ำท่วม เพียงแต่เขารู้สึกว่าอากาศค่อนข้างเย็นขึ้น และมีลมโกรกมากกว่าช่วงก่อนหน้านี้ ฟ้ายังสนใจอยากทราบข่าวสถานการณ์ภายนอก โดยเฉพาะเรื่องนิรโทษกรรมคดีทางการเมือง เมื่อทราบว่าเริ่มมีคนได้ปล่อยตัวบ้างแล้ว ฟ้ารีบบอกว่าดีใจด้วยที่มีคนได้รับประโยชน์ แต่เรื่องนี้ก็ต้องหาแนวทางให้กับคดีมาตรา 112 ซึ่งไม่ถูกนับรวมในกฎหมายนี้ต่อไปด้วย “ฟ้าเชื่อว่าปัญหาของสังคมจะแก้ไขได้นั้นต้องมีการพูดคุยระหว่างกัน หาทางออกร่วมกัน ฟ้ารู้สึกดีใจกับทุกคน ประเทศไทยเผชิญกับปัญหาทางการเมืองมาตลอด อยู่บนกระดานของความขัดแย้ง ทุกฝ่ายต่างเจ็บปวด” ฟ้าบอกถึงความเห็นของเขา  ในส่วนคดีมาตรา 112 ของฟ้า ที่ศาลจังหวัดพัทลุงนั้น เมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทางโรงพยาบาลราชทัณฑ์เห็นว่ายังไม่สามารถส่งตัวจำเลยเดินทางไปได้ เนื่องจากสภาวะร่างกายที่อ่อนเพลียของฟ้า ศาลจึงได้เลื่อนการสืบพยานออกไป และนัดพร้อมคดีใหม่เป็นวันที่ 2 พ.ย. 2569 นี้  ขณะเดียวกัน ฟ้ายังมีนัดฟังคำพิพากษาในคดีมาตรา 112 ของศาลอาญา กรณีปราศรัยในการชุมนุม #ม็อบ25พฤศจิกาไปscb ในวันที่ 30 ต.ค. 2569 นี้อีกด้วย     * ข่าว * การเมือง * สิทธิมนุษยชน * ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน * พรหมศร วีระธรรมจารี * คดี ม.112 * อดอาหารประท้วง * สิทธิประกันตัว

dlvr.it

ขอลายเซ็นพี่พรสรวง คนดีคนเดิม ในงาน #50ปี6ตุลา แกมาช่วยงานที่ มธ.ทุกปี แกเคยเล่าให้ฟังว่าเช้าวันที่ 6 ตุลาคม 2519 แกเป็นคนดูแลเครื่องเสียง ต่อสายต่างๆ ให้เสียงจากบนเวทียังกระจายไปทั่วสนามฟุตบอลให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ปีนี้แกทำหนังสือรวมการสัมภาษณ์เพื่อนๆ ในเหตุการณ์ 6 ตุลา เอามาวางขายเพื่อสมทบทุนให้ไอลอว์ 🥺

พี่พรสรวงก้มตัวเซ็นหนังสือบนโต๊ะขาว

ช่วงสัปดาห์นี้ (4-10 ต.ค.) เป็นสัปดาห์อวกาศนานาชาติ หรือ World Space Week ตีมปีนี้คือ Rocket Revolution หรือพัฒนาการการสร้างจรวด ใครวาดรูปหรือเขียนนิยายในตีมอวกาศ หรือมีกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้องก็มาแชร์กันได้น้า เดี๋ยวช่วยรีขายให้ค่า 🥺✨

Bild

กลับมาอยุ่ในเฟสที่ต้องการอ่าน sadistic beauty side story B อีกครั้ง /หลบตาทุกคน/