Matt Wheeler

@mzwheeler.bsky.social

Born in Baltimore, based in Bangkok. Senior Analyst, South East Asia, International Crisis Group

Tom Andrews, UN Special Rapporteur on the situation of human rights in Cambodia:"My first mission to Cambodia has left me with deep concerns for displaced people along the border with Thailand, for those who have been trafficked, and for those who are behind bars for having exercised basic freedoms"

BildBild

สมัยนี้มีอะไรฉันไม่ทราบ แต่สมัยนู้นมีเบียร์ตรารัฐธรรมนูญครับ

Bild

Japanese People Don't Trust Trump: A new Pew Research poll has found that only 25% of Japanese people trust that President Donald Trump will do the right thing regarding world affairs. Only 11% of Japanese trust Benjamin Netanyahu and 7% trust Xi & Putin. www.pewresearch.org/global/2026/...

How do views of Trump compare with other global leaders?

Of the six leaders asked about, only Israel's Benjamin Netanyahu ranks below President Donald Trump in confidence.

pewresearch.org

เกิดเหตุระเบิดรถตำรวจชุดคุ้มครองครูที่ อ.รามัน จ.ยะลา

เกิดเหตุระเบิดรถตำรวจชุดคุ้มครองครูที่ อ.รามัน จ.ยะลา

เกิดเหตุระเบิดรถตำรวจชุดคุ้มครองครูที่ อ.รามัน จ.ยะลา auser15 Tue, 2026-06-09 - 12:58 เกิดเหตุระเบิดรถตำรวจชุดคุ้มครองครู หน้าโรงเรียนบ้านปูลัย อ.รามัน จ.ยะลา ขณะปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยครู-นักเรียน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เจ็บ 2 ราย ชาวบ้านเจ็บ 1 ราย สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย จ.ยะลา รายงานว่า เมื่อเวลา 08.35 น. วันนี้ 9 มิถุนายน 2569 ศูนย์วิทยุ สภ.รามัน จ.ยะลา ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายไม่ทราบกลุ่ม ลอบวางระเบิดรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ บริเวณริมถนนโรงเรียนบ้านปูลัย หมู่ที่ 6 ตำบลบาลอ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา จุดเกิดเหตุห่างจากรร.ประมาน100เมตร  ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย และรถยนต์ราชการได้รับความเสียหายพังยับเยิน จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดหมวดเฉพาะกิจหน่วยปฏิบัติการพิเศษยะลา 12 (มว.ฉก.นปพ.ยะลา 12 รามัน) กำลังนำกำลังพลออกปฏิบัติภารกิจ ลาดตระเวนเส้นทางและอำนวยความสะดวก รักษาความปลอดภัยให้แก่ครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน ในช่วงเช้าของการเปิดเรียนตามมาตรการคุ้มครองครูและสถานศึกษา เมื่อรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ขับมาถึงจุดเกิดเหตุบริเวณใกล้กับหน้าโรงเรียนบ้านปูลัย คนร้ายที่แฝงตัวอยู่ได้จุดชนวนระเบิดขึ้นทันที แรงระเบิดส่งผลให้เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว และทำให้รถยนต์ของเจ้าหน้าที่เสียหลักพลิกคว่ำ สภาพพังเสียหายอย่างหนัก สะเก็ดระเบิดยังส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 3 ราย แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ นปพ. จำนวน 2 นาย และประชาชนในพื้นที่ซึ่งกำลังสัญจรผ่านไปมาอีก 1 ราย เจ้าหน้าที่และชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงได้ช่วยกันเร่งนำตัวผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.พงศ์พันธ์ สุริยะวงศ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรรามัน พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตำรวจ และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ได้รีบเดินทางเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พร้อมสั่งการให้ปิดกั้นพื้นที่ โดยรอบ เพื่อป้องกันเหตุระเบิดซ้ำซ้อน และให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน ชิ้นส่วนระเบิด และตรวจสอบรูปแบบการก่อเหตุอย่างละเอียด เพื่อสืบหาความเชื่อมโยงของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงกลุ่มนี้   * ข่าว * การเมือง * ความมั่นคง * ชายแดนใต้ * รามัน * ยะลา

dlvr.it

Cambodian Prime Minister Hun Manet posted on Facebook that he had an informal discussion with Thai Prime Minister Anutin Charnvirakul ahead of the opening ceremony of the 3rd ASEAN Future Forum in Vietnam.

Bild

Communities across northern Thailand are pushing for action from the Thai govt and accountability from the Chinese govt - neither have so far been able to stem the flow of contamination from Myanmar's mining operations to Thai rivers. My latest for @mongabay.com...

Northern Thai residents march for action on polluted rivers. 'This is an emergency'

BANGKOK — More than 600 residents of Chiang Mai and Chiang Rai provinces embarked May 31 on a roughly 68-kilometer, six-day ‘peace walk’ to demand the Thai government take action on the river pollutio...

news.mongabay.com

The US-Israeli war against Iran has disrupted the fuel supply to the Philippines, a country almost entirely dependent on foreign oil, compromising the livelihoods of thousands of transport workers & exacerbating existing inequities, Sabrina Ochoa reports from Manila: www.icwa.org/philippines-...

When a far-off war comes knocking at your door - ICWA

The US-Israeli war against Iran is prompting an energy crisis in the Philippines, ICWA fellow Sabrina Ochoa reports from Manila and regions.

icwa.org

มัดรวม ‘3 ทางเลือก’ ดีลใหม่เขตแดนทะเลไทย-กัมพูชา ในวันที่โจทย์พลังงานรอไม่ได้

มัดรวม ‘3 ทางเลือก’ ดีลใหม่เขตแดนทะเลไทย-กัมพูชา ในวันที่โจทย์พลังงานรอไม่ได้ เรื่อง : ศศิธร อักษรวิลัย ภาพ : ชนิสรา ริมธีระกุล  Pazzle Thu, 2026-05-28 - 07:45 ก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยอาจเหลือใช้อีกแค่ไม่ถึง 10 ปี หากไม่มีการแสวงหาแหล่งใหม่ ประเทศไทยอาจต้องพึ่งพลังงานจากต่างประเทศมากขึ้น รวมถึงค่าพลังงานและไฟฟ้าที่ก็อาจจะแพงขึ้นไปอีก  หนึ่งในทางออกที่มีการผลักดันมาตลอดคือการเจรจาพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชา (Overlapping Claims Area - OCA) ที่ในวันนี้ยังไม่มีความคืบหน้า และทรัพยากรธรรมชาติใต้ดินก็ยังคงถูกแช่แข็งไว้ ล่าสุด รัฐบาลอนุทินเดินหน้ายกเลิก MoU44 บันทึกความเข้าใจที่ไทยและกัมพูชาทำร่วมกันมา 25 ปี เพื่อเป็นกรอบเจรจาพื้นที่ดังกล่าว การยกเลิกข้อตกลงนี้ดูเหมือนจะเป็นจุดจบ แต่ความจริงคือจุดเริ่มต้น เส้นที่ทั้งสองประเทศลากอ้างสิทธิยังอยู่ครบ และสองฝ่ายก็ยังต้องกลับมานั่งเจรจากันอยู่ดี คำถามคือแค่ว่าจะเจรจาแบบใด และจบแบบใด “ในกรณีนี้คือ 25 ปีแล้ว ความคืบหน้าของประเด็นนี้ เรื่องการหาข้อสรุปยังไม่ไปถึงไหนเลย แล้วก็มันมีตัวอ้างอิงอื่น ๆ อย่างเช่น UNCLOS ก็จะเอาตัวนี้มาเป็นตัวอ้างอิงด้วย เพื่อจะได้มีแนวทางที่เราอ้างอิงได้ร่วมกันของทั้งสองประเทศ เพราะทั้งสองประเทศเป็นภาคี” นี่คือคำให้สัมภาษณ์ที่ให้ไว้กับสื่อมวลชนของนายกอนุทิน ภายหลังครม. ให้ไฟเขียวยกเลิก MoU44  ทางกัมพูชาก็ออกมายืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะนำข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับ (Compulsory Conciliation) ภายใต้อนุสัญญา UNCLOS หลังการประชุมอาเซียนวันที่ 7-9 พ.ค. ที่ฟิลิปปินส์ นายกอนุทินโพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า การเจรจาภายใต้กรอบ UNCLOS เป็นสิ่งที่รัฐบาลไทยต้องการเช่นกัน  อย่างไรก็ตาม หากกัมพูชายืนยันจะทำตามที่พูด ไทยก็ไม่อาจปฏิเสธได้ บทบัญญัติว่าด้วยการประนอมภาคบังคับในภาคผนวกที่ 5 ภายใต้อนุสัญญา UNCLOS  ระบุไว้ชัดว่าการที่อีกฝ่ายนึงไม่เข้าร่วมหรือไม่ยอมรับกระบวนการ ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อกระบวนการดังกล่าว  ภัทรพงษ์ แสงไกร อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า เรื่องการแบ่งเขตทางทะเล มีทรัพยากรเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน  การบีบบังคับให้รัฐคู่พิพาทไปศาลหรืออนุญาโตตุลาการอาจจะเป็นการบีบบังคับมากเกินไป กฎหมายจึงออกไปในทางที่ให้สิทธิในการไม่ไปศาลได้แต่ก็ต้องเข้าสู่การประนอมด้วยเช่นกัน วัตถุประสงค์และเจตนารมณ์ของการตั้งกลไกนี้ขึ้นมา คือ เมื่อมีข้อพิพาทก็ต้องระงับข้อพิพาทนั้นให้ได้ เมื่อเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับ จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมารับฟังรัฐคู่กรณีว่าแต่ละฝ่ายเห็นเช่นไร ภัทรพงษ์ระบุว่า ผลในรายงานของคณะกรรมาธิการจะออกมาสองทาง ถ้าตกลงกันได้ คณะกรรมาธิการก็จะระบุไว้ในรายงานแล้วให้ทั้งคู่ไปดำเนินการเจรจาต่อเพื่อให้ได้ข้อตกลง หากตกลงกันไม่ได้ คณะกรรมาธิการก็จะเสนอความเห็นและแนะนำว่าทั้งคู่ควรดำเนินการเช่นไรต่อไป แต่หากท้ายที่สุดตกลงกันไม่ได้เลยก็ให้เป็นความยินยอมของทั้งสองฝ่ายว่าจะเข้าสู่กระบวนการทางศาลหรืออนุญาโตตุลาการหรือไม่ สุดท้ายแล้ว ทั้งสองประเทศก็ ‘ต้องเจรจาทวิภาคีกันต่อเพื่อบรรลุข้อตกลงใหม่’ แทนที่ MoU44 เพื่อให้เกิดการระงับข้อพิพาทดังกล่าวให้ได้หากไม่อยากเข้าสู่กลไกอื่น เรื่องที่เกี่ยวข้อง * เลิก MOU44 แล้วไปทางไหน? ส่องทางเลือกเทียบ JDA ไทย-มาเลย์ ขุมทรัพย์พลังงานบนข้อพิพาทเขตแดนที่ยังไม่จบ “อำนาจอธิปไตย” และ “สิทธิอธิปไตย” แรกเริ่มเดิมทีกฎหมายทะเลมีลักษณะเป็นจารีตประเพณีที่หลายรัฐยอมรับและปฏิบัติกันมาอย่างยาวนานก่อนที่จะมีการรวบรวมจัดทำเป็นประมวลกฎหมายลายลักษณ์จนกลายมาเป็นอนุสัญญาว่าด้วยกฎหมายทะเลปี ค.ศ. 1958 และ 1982 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน การกำหนดอาณาเขตทางทะเลตั้งแต่การเป็นเพียงจารีตประเพณีระหว่างประเทศ มาจนถึงหลักการที่ปรากฏในอนุสัญญา ล้วนแล้วแต่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของ ‘การประนีประนอม’ เพราะแต่เดิมทะเลถือเป็นเสรีภาพที่ทุกคน ทุกประเทศใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ ทุกรัฐจึงมีสิทธิร่วมกันในการใช้ประโยชน์ทางทะเล เขตแดนทางทะเลจึง ‘ไม่เหมือน’ เขตแดนทางบก  ในขณะที่ดินแดนทางบกเป็นเรื่องของ ‘อำนาจอธิปไตย’(Sovereignty) ซึ่งหมายถึงอำนาจสูงสุดในการปกครองดินแดน รัฐชายฝั่งมีอำนาจใช้กฎหมายได้อย่างเต็มที่ แต่สำหรับเขตแดนทางทะเล รัฐชายฝั่งมีอำนาจอธิปไตยอยู่ถึงแค่ทะเลอาณาเขตเท่านั้น  ส่วนอื่น ๆ รัฐไม่ได้มีอำนาจอย่างสมบูรณ์เหมือนเขตแดนทางบก  ตั้งแต่เขตต่อเนื่องไปจนถึงเขตเศรษฐกิจจำเพาะและไหล่ทวีป รัฐชายฝั่งมีเพียง ‘สิทธิอธิปไตย’ (Sovereign Right) สิทธิดังกล่าวเกิดขึ้นจากต่อรองของรัฐต่าง ๆ ที่ต้องการขยายขอบเขตของการแสวงหาทรัพยากรธรรมชาติในทะเลออกไปให้ไกลกว่าทะเลอาณาเขต  สิทธิอธิปไตยเป็นสิทธิที่จำกัดเพราะครอบคลุมเฉพาะเจาะจงแต่ละเรื่องว่ารัฐชายฝั่งมีสิทธิในการดำเนินการอะไรบ้าง เช่น รัฐชายฝั่งมีสิทธิในการสำรวจ และแสวงหาประโยชน์จากการทรัพยากรธรรมชาติ ขุด เจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติใต้พื้นทะเล เป็นต้น ในเขตเหล่านี้ของรัฐชายฝั่งยังคงสถานะความเป็นทะเลเสรีเหมือนในอดีตที่ทุกคนใช้ได้ ดังนั้น รัฐชายฝั่งจะไม่สามารถปิดกั้นการเดินเรือ หรือการบินผ่าน การระงับข้อพิพาททางทะเลระหว่างประเทศที่เกี่ยวพันกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมหาศาล อาจยากที่จะประสบผลสำเร็จหากแต่ละฝ่ายมองเรื่องใครได้พื้นที่เบ็ดเสร็จมากที่สุด มากกว่ามองเรื่องประโยชน์ร่วมกัน  สำหรับไทย-กัมพูชา ไม่ว่าสุดท้ายจะต้องใช้กลไกแบบไหน จะเจรจาแบบทวิภาคีหรือมีบุคคลที่สามเข้ามาตัดสิน ส่วนสำคัญที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือว่าทั้งสองประเทศอาจต้องแบ่งปันผลประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติใต้ผืนทะเลอยู่ดี  ศักยภาพทางเศรษฐกิจพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนไทย-กัมพูชา แหล่งปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติที่ไทยสามารถผลิตเองได้ส่วนใหญ่มาจากแหล่งในพื้นที่ ‘อ่าวไทย’ ที่เป็นขุมทรัพย์มูลค่ามหาศาล นั่นก็หมายความว่าพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนไทย-กัมพูชา  มีความเป็นไปได้สูงที่บริเวณนั้นจะกลายเป็นแหล่งพลังงานใหม่ให้กับประเทศไทย  แม้จะยังไม่มีการลงสำรวจจริงแต่มีการคาดการณ์ว่าในพื้นที่ดังกล่าวทั้งหมดกว่า 26,000 ตารางกิโลเมตร จะมีก๊าซธรรมชาติคิดเป็นมูลค่า 3.5 ล้านล้านบาท น้ำมันดิบมูลค่า 1.5 ล้านล้านบาท  นอกจากนี้ทั้งสองประเทศยังได้ให้สิทธิสัมปทานในการสำรวจ ขุดเจาะและผลิตปิโตรเลียมในบริเวณดังกล่าวไปแล้ว โดยประเทศไทยได้ให้สิทธิสัมปทานบริเวณพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนแก่บริษัทเอกชนไปเมื่อปี พ.ศ. 2511 ส่วนกัมพูชาก็ได้ให้สิทธิสัมปทานแก่บริษัทเอกชนไปเมื่อปี พ.ศ. 2534  แต่เมื่อยังเป็นข้อพิพาทพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนที่ตกลงกันไม่ได้ จึงทำให้ยังไม่มีใครสามารถเข้าไปดำเนินกิจกรรมสำรวจและผลิตปิโตรเลียมได้ ทำให้ทั้งสองประเทศสูญเสียโอกาสในการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน  ปัจจุบันแหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยที่เป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าหลักของประเทศมีกำลังการผลิตที่ลดลง ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ระบุว่าปริมาณก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยอาจเพียงพออีกเพียง 5-10 ปี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว และนั่นอาจกระทบถึงค่าไฟฟ้าที่ประชาชนคนธรรมดาต้องแบกรับเพิ่มมากขึ้น จากข้อมูลระบุว่าประมาณ 50% ของการผลิตไฟฟ้าในไทยนั้นใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลัก โดย 60-65% ของก๊าซธรรมชาติมาจากอ่าวไทย แหล่งหลักคือ แหล่งเอราวัณ และแหล่งบงกต ส่วน 35-40% ต้องนำเข้า LNG จากตะวันออกกลาง ในราคาที่ผันผวนมากขึ้นจากสถานการณ์ปัจจุบัน  ในช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ สถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลงไปเช่นนี้ หลายประเทศประสบกับปัญหาเศรษฐกิจและพลังงานจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น การแสวงหาแหล่งพลังงานสำรองเพื่อลดการนำเข้าก็มีความจำเป็นมากขึ้นอีก พื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนไทย-กัมพูชา จึงเป็นเหมือนความหวังใหม่ให้กับอนาคตของพลังงานในประเทศ  เรื่องที่เกี่ยวข้อง * รู้จัก MOU 44 แบบง่าย-ครอบคลุม กางเหตุผล ยกเลิก vs ไม่ยกเลิก * ควรยกเลิก MOU44 หรือไม่ เมื่อการระงับข้อพิพาททางทะเลภายใต้ UNCLOS ไม่อาจคาดผลได้ 100%   พื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย โมเดลการเจรจาที่ประสบความสำเร็จในอ่าวไทย เมื่อข้อพิพาทอ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลเกี่ยวพันกับผลประโยชน์และทรัพยากรมหาศาล รัฐคู่พิพาทหลายรัฐจึงมักเข้าทำข้อตกลงที่ได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย เพื่อนำทรัพยากรธรรมชาติออกมาใช้ให้ได้ก่อน การระงับข้อพิพาททางทะเลอยู่ภายใต้บทบัญญัติในอนุสัญญา UNCLOS โดยเจตนารมณ์ของ UNCLOS คือการผลักดันให้รัฐคู่พิพาทเข้าเจรจาและทำข้อตกลงเพื่อระงับข้อพิพาททางทะเลให้ได้ แต่ในระหว่างที่ยังไม่มีการบรรลุข้อตกลงเรื่องการแบ่งเขตอย่างชัดเจน อนุสัญญาดังกล่าวบัญญัติไว้ว่าให้รัฐคู่พิพาทเข้าทำข้อตกลงชั่วคราว (Provisional Arrangement)  UNCLOS ไม่ได้กำหนดแบบหรือหลักเกณฑ์ตายตัวในการทำข้อตกลงชั่วคราวระหว่างรัฐคู่พิพาท นั่นหมายความว่า เมื่อรัฐพิพาทบรรลุข้อตกลงแล้วก็ให้ดำเนินการไปตามข้อตกลงของรัฐทั้งสอง จนกว่าจะมีการแบ่งเขตแดนทางทะเล ซึ่ง MoU44 ระหว่างไทย-กัมพูชา ก็ถือว่าเป็นลักษณะของข้อตกลงชั่วคราวตาม UNCLOS เช่นกัน  ข้อตกลงชั่วคราวภายใต้ UNCLOS ที่นานาประเทศนิยมใช้เพื่อจัดการข้อพิพาทอ้างสิทธิทับซ้อนคือพื้นที่พัฒนาร่วม (Joint Development Area - JDA) และเนื่องจาก UNCLOS ไม่ได้กำหนดแบบของข้อตกลงชั่วคราวไว้ ในทางปฏิบัติรัฐต่างๆ ตีความว่า JDA คือส่วนหนึ่งของข้อตกลงชั่วคราวนั้นเพื่อปลดล็อกทางตันให้สามารถนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ได้แม้จะยังไม่มีการเจรจาเพื่อแบ่งเขต  “เมื่อพัฒนาร่วมกัน ใช้ทรัพยากรไปจนหมดแล้ว ณ วันนั้นอาจจะผ่านไปแล้ว 40 ปี 50 ปีแล้วแต่พื้นที่ ค่อยมาตกลงกันว่าจะทำยังไง แต่ถึงเวลานั้นมันไม่มีทรัพยากรแล้วมันก็คงไม่พิพาทกันมากนัก นั่นคือวิธีคิดที่ว่าไม่แบ่งเขตแต่จะใช้ทรัพยากรร่วมกัน” ภัทรพงษ์กล่าว กล่าวให้ชัดคือ JDA เป็นข้อตกลงที่จัดทำขึ้นมาเพื่อให้รัฐคู่พิพาทสามารถแสวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากรในบริเวณพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนได้ โดยที่ยังไม่ต้องมีการเจรจาแบ่งเขตกัน  พื้นที่พัฒนาร่วมได้กลายมาเป็นต้นแบบของประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลก รวมถึงประเทศที่มีข้อพิพาทในอ่าวไทยอย่างไทยและมาเลเซีย ซึ่งประสบความสำเร็จจากการเปลี่ยน ‘ข้อพิพาท’ ให้กลายเป็น ‘ความร่วมมือ’ ที่ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ ไทยและมาเลเซียเปิดการเจรจาข้อพิพาททางทะเลในปี พ.ศ. 2515 แต่ก็ยังไม่สามารถ เจรจาเพื่อกำหนดเขตไหล่ทวีปได้ ทั้งสองประเทศจึง ‘เห็นตรงกัน’ ว่าควรเปลี่ยนพื้นที่ที่เป็นข้อพิพาทกว่า 7,250 ตร. กม. ให้เป็นความร่วมมือ ภายหลังจึงได้จัดทำบันทึกความเข้าใจที่นำโดยนายกรัฐมนตรีเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ของไทยและนายกรัฐมนตรี ดาโต๊ะ ฮุสเซน ออนน์ ของมาเลเซีย ในปี พ.ศ. 2522  บันทึกความเข้าใจดังกล่าวระบุไว้ว่า ให้มีการจัดตั้ง “องค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย” เพื่อสำรวจและแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติเป็นเวลา 50 ปี ค่าใช้จ่ายและผลประโยชน์จากการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่ดังกล่าว รัฐบาลทั้งสองจะรับภาระและแบ่งผลประโยชน์เท่ากันในสัดส่วน 50:50  บันทึกดังกล่าวยังระบุไว้ว่าหากสามารถหาข้อยุติเรื่องการแบ่งเขตไหล่ทวีปได้ภายใน 50 ปีให้ยุบองค์กรร่วมนี้ แต่ถ้าเกิน 50 ปีแล้วยังไม่สามารถหาข้อยุติที่พอใจกันทั้งสองฝ่ายให้ข้อตกลงนี้มีผลบังคับใช้ต่อไป  อย่างไรก็ตาม ไทยและมาเลเซียก็ใช้เวลากว่า 11 ปี จึงจะสามารถออกพรบ.องค์กรร่วมไทย-มาเลเซียขึ้นมาได้ในปี พ.ศ. 2533 และองค์กรร่วมดังกล่าวได้จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2535  ข้อมูลจากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ระบุว่าจากการประเมินผลข้อมูลการสำรวจในปัจจุบันมีความเป็นไปได้ที่จะพบก๊าซธรรมชาติในพื้นที่พัฒนาร่วมสูงถึง 10 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต ซึ่งปัจจุบันมีการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำนวน 2 แปลง คือ แปลง A-18 (พื้นที่ประมาณ 3,000 ตารางกิโลเมตร) ที่เริ่มดำเนินการผลิตในปี พ.ศ. 2548  และแปลง B-17-01 (พื้นที่ประมาณ 4,250 ตารางกิโลเมตร) ที่เริ่มดำเนินการผลิตในปี พ.ศ. 2552  ในปี 2567 มีการผลิตก๊าซธรรมชาติได้ 925 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และก๊าซธรรมชาติเหลว 17,863 บาร์เรลต่อวัน รวมกำไรได้จากการขายปิโตรเลียมทั้งหมด 11,812 ล้านบาท ข้อตกลง 50 ปีกำลังจะสิ้นสุดในปี พ.ศ. 2572 อย่างก็ตาม มีการประเมินว่าบริเวณดังกล่าวยังคงมีปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติที่สามารถสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้ไทยและมาเลเซียได้อีกต่อไปไม่น้อยกว่า 20 ปี ล่าสุดในปี พ.ศ. 2565 ครม.ของทั้งสองประเทศจึงต่ออายุขยายสัญญาแบ่งปันผลผลิตโครงการพัฒนาร่วมไทย-มาเลเซียออกไปอีก 10 ปี  การต่อสัญญาดังกล่าวนอกจากจะช่วยให้ประเทศไทยยังคงมีแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติต่อไป ยังช่วยยืดระยะเวลา ลดความตึงเครียดของทั้งไทยและมาเลเซียในการจะต้องกลับเข้าสู่การเจรจาแบ่งเขตทางทะเล กรณีไทย-กัมพูชา กับการเจรจาที่ยังไปไม่ถึงไหน สำหรับรัฐที่มีชายฝั่งประชิดติดกันแบบไทย-มาเลเซีย หรือ ไทย-กัมพูชา การลากเส้นเขตแดนทางทะเลแล้วเกิดเป็นพื้นที่ทับซ้อนเป็น ‘เรื่องปกติ’ ที่เกิดขึ้นได้ แม้การลากเส้นของกัมพูชาอาจจะดูตลกและไม่สมเหตุสมผล แต่กัมพูชาก็ใช้ ‘เหตุผลแห่งสิทธิทางประวัติศาสตร์’ ตาม ข้อ 15 ของ UNCLOS  และในความเป็นจริงแต่ละรัฐก็มักและสามารถจะอ้างสิทธิ์ให้ได้พื้นที่มากที่สุด ซึ่งก็สามารถทำได้ เพราะการมีสิทธิและการเรียกร้องสิทธิในทางระหว่างประเทศเป็นคนละเรื่อง เส้นดังกล่าวนั้นก็จะถูกใช้เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นให้ทั้งสองฝ่ายมาเจรจาและปรับเส้นกันใหม่ในตอนท้าย  ข้อมูลจากจุลสารความมั่นคงฉบับที่ 92 พ.ศ. 2554 เรื่อง พื้นที่ทับซ้อนไทยกัมพูชา: ปัญหาและพัฒนาการ โดยดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า ภายหลังความสำเร็จของการเจรจาเพื่อจัดทำข้อตกลงชั่วคราวไทย-มาเลเซียในปี พ.ศ. 2522 นายกรัฐมนตรี ชาติชาย ชุณหะวัณ ได้เกิดแนวคิดในการนำโมเดลดังกล่าวมาใช้แก้ปัญหาพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนระหว่างไทย-กัมพูชา  แต่การเจรจาไม่มีความคืบหน้าเนื่องจากปัญหาภายในของกัมพูชา ซึ่งรัฐบาลไทยในขณะนั้นให้ความสำคัญกับการเจรจาสันติภาพในกัมพูชามากกว่า ความพยายามในการเจรจาหาข้อสรุปยังคงดำเนินมาเรื่อยมา จนกระทั่งได้บรรลุข้อตกลงจัดทำบันทึกความเข้าใจในปี พ.ศ. 2544 หรือ MoU44  เงื่อนไขสำคัญของบันทึกความเข้าใจดังกล่าวระบุไว้ว่า การเจรจาเรื่องแบ่งเขตทางทะเลในพื้นที่ 10,000 ตร.กม. เหนือละติจูดที่11 องศาเหนือ และการจัดทำข้อตกลงแสวงหาประโยชน์จากแหล่งทรัพยากรปิโตรเลียมในพื้นที่ 16,000 ตร.กม. ใต้เส้นละติจูดที่ 11 องศาเหนือ ‘ต้องดำเนินการไปพร้อมกันในลักษณะที่ไม่อาจแบ่งแยกได้ (Indivisible package)’ แต่ข้อความดังกล่าวไม่ได้สะท้อนถึงเจตนารมณ์ที่ตรงกันของทั้งสอง ซึ่งประเด็นนี้สำคัญอย่างมากและส่งผลต่อความคืบหน้าของการเจรจาในเวลาต่อมา  สำหรับฝ่ายไทย การเจรจาเรื่องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการแบ่งเขตทางทะเลเป็นเรื่องที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน แต่ท่าทีของกัมพูชาที่มีเสมอมาคือต้องการตกลงพื้นที่พัฒนาร่วมให้เสร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อที่จะได้นำทรัพยากรธรรมชาติออกมาใช้ และปฏิเสธการเจรจาแบ่งเขตทางทะเล  อย่างไรก็ตาม ภายหลังการบรรลุข้อตกลง MoU44 การเจรจต้องหยุดละงักไปหลายครั้งเพราะสถานการณ์การเมืองภายในประเทศของทั้งสอง รวมถึงความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ทางฝั่งกัมพูชาเองก็ยังคงมีท่าทีที่ชัดเจนว่าอยากเจรจาเพื่อแบ่งผลประโยชน์ก่อน ความจำเป็นเรื่องการแสวงหาแหล่งพลังงานใหม่สะท้อนออกมาผ่านความพยายามในการเร่งเดินหน้าเจรจาพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนในสมัยรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน และรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเจรจาพื้นที่ทับซ้อนนำปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติออกมาใช้ก่อน แต่โครงการดังกล่าวก็ต้องพับไปเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาลเสียก่อน และในเวลาเดียวกันก็เกิดกระแสยกเลิกMoU44ขึ้น เพราะความกังวลเรื่องเส้นของกัมพูชาที่ลากชนเกาะกูด ต่อมาในสมัยรัฐบาลอนุทิน เป็นที่แน่ชัดแล้วหลังจากครม.ให้ไฟเขียวยกเลิกMoU44 อย่างไรก็ตาม แม้ยกเลิกไปแล้วเส้นอ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลของทั้งสองประเทศจะยังคงอยู่ และต้องกลับไปสู่โต๊ะเจรจาเหมือนเดิม เพียงแต่ว่ากรอบการเจรจาอาจจะไม่ใช่การแบ่งแบบเหนือหรือใต้ละติจูดที่ 11 องศาเหนือตามแผนที่แนบท้าย MoU44  “ยังไม่มีการเจรจา และเป็นบริบทใหม่ ขออย่าไปผูกติดกัน” นายกอนุทินกล่าวหลังครม.อนุมัติยกเลิกบันทึกความเข้าใจดังกล่าว แต่แม้ไม่ได้มีการยกเลิก MoU44 ไทยและกัมพูชาก็ยังสามารถใช้กลไกต่าง ๆ ภายใต้ UNCLOS ได้ ตราบใดที่ยังตกลงกันไม่ได้  ดังนั้นการที่ต้องเข้าสู่กลไก UNCLOS ก็เป็นสิ่งที่พอคาดหมายได้บ้าง   แต่การที่ไทยยกเลิก MoU44 กัมพูชาเองอาจมองว่าเป็นผลดีต่อกัมพูชาด้วยซ้ำ เพราะไม่ต้องมีข้อตกลงที่บังคับให้ต้องเจรจาสองส่วนพร้อม ๆ กันอีกต่อไปแล้ว เพราะกัมพูชาเองก็ไม่ได้สนใจเรื่องการแบ่งเขตเท่าการเจรจา JDA  และการยกเลิกฝ่ายเดียวของไทยก็ทำให้กัมพูชาได้เปรียบซึ่งกัมพูชาสามารถหยิบยกได้ในเวทีระหว่างประเทศและก็ทำมาเสมอ นั่นคือ กัมพูชาสามารถอ้างได้ว่าไทยไม่ยึดมั่นในหลักการสัญญาต้องเป็นสัญญา (Pacta Sunt Servanda) ตามหลักการเข้าทำข้อตกลงระหว่างประเทศ  ฉากทัศน์ในการบรรลุข้อตกลงเรื่องการอ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชา  ถ้าหากอ้างอิงตาม MoU44 การเจรจาจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือส่วนที่เหนือเส้นละติจูดที่ 11 องศาเหนือ ที่ต้องแบ่งเขตชัดเจน และใต้เส้นละติจูดที่ 11 องศาเหนือที่ไม่มีการแบ่งเขตแต่จะเข้าสู่การเจรจาเพื่อจัดทำ JDA ต่อไป  หลังจาก MoU44 ถูกยกเลิก คำถามที่ตามมาคือ พื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อน จะะออกมารูปแบบใด ภัทรพงษ์มองว่ามีทางเป็นไปได้อยู่สามฉากทัศน์หลัก แต่ไม่ว่าจะเลือกทางไหน สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือต้องจัดการเรื่องเส้นของกัมพูชาที่ลากชนเกาะกูดให้ได้ก่อน เพราะนั่นคือจุดที่ฝ่ายไทยยืนยันมาตลอดว่าต้องลากใหม่ “วันนี้พอไทยยกเลิกMoU44ไปแล้วและยังยืนยันว่าจะเจรจา จะแบ่งเขตอยู่ มันก็มีคำถามว่าที่ว่าแบ่งเขตแบ่งส่วนไหนบ้าง ตรงนี้คิดว่าก็คงใช้เวลา มันขึ้นอยู่กับว่ากัมพูชาจะยอมปล่อยเส้นตรงเกาะกูดเมื่อไหร่” ภัทรพงษ์กล่าว ฉากทัศน์ที่ 1 คือ แบ่งผลประโยชน์ก่อนแล้วเจรจาเรื่องเส้นภายหลัง แบบข้อตกลงของแบบไทย-มาเลเซีย   ซึ่งเป็นรูปแบบที่ประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลกนิยมใช้เป็นข้อตกลงชั่วคราว เพื่อที่จะเอาทรัพยาการออกมาใช้ก่อน จนถึงวันที่ไม่มีเรื่องทรัพยากร ค่อยมาเจรจาแบ่งเขต “หลักโดยหลักทั่วไปก็คือการระงับข้อพิพาททางทะเล โดยหลักมันต้องทำด้วยความยินยอมทั้งสองฝ่าย ซึ่งพอเป็นเรื่องที่มีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมหาศาลเข้ามาเกี่ยวข้อง ปัจจัยสำคัญอันนึงก็คือ ผู้นำทางการเมืองหรือว่าเจตนารมณ์ทางการเมืองที่จะระงับข้อพิพาทนี้ให้จบ” ภัทรพงษ์กล่าว  กรณีของไทย-มาเลเซียในตอนนั้นการเจรจาเป็นไปด้วยดีเพราะ เจตนารมณ์ทางการเมืองของทั้งสองฝ่ายตรงกันว่าจะใช้กลไกนี้เข้ามาแทนการแบ่งเขต แต่สำหรับไทย-กัมพูชา ณ เวลานี้ ยังไม่แน่ชัดว่าเจตนารมณ์ทางการเมืองของทั้งสองฝ่ายเป็นเช่นไร  ในกรณีไทย-มาเลเซียนั้น จัดทำ JDA โดยใช้ทั้งหมดของพื้นที่ทับซ้อน แต่ไทย-กัมพูชาอาจจะไม่สามารถจัดทำ JDA ได้ทั้งหมด โดยเฉพาะข้อกังวลและความต้องการของฝ่ายไทยฝ่ายไทยที่ยืนยันว่าเส้นเหนือละติจูดที่ 11 องศาเหนือต้องลากใหม่ และจากท่าทีในวันนี้ อาจจะต้องมีการแบ่งเส้น เพียงแต่ว่าเส้นที่แบ่งจะแบ่งกันในระดับไหน  ฉากทัศน์ที่ 2 คือ การเจรจาแบ่งเขตทางทะเลให้ชัดเจนทั้งหมด แต่หากใช้รูปแบบดังกล่าว ภัทรพงษ์มองว่ารูปแบบนี้ก็เป็นไปได้ แต่การแบ่งเส้นแบบนี้ก็มีความเสี่ยง เพราะเส้นที่แบ่งไปจะไปตัดผ่านบริเวณที่แต่ละประเทศมีการให้สิทธิสัมปทานบริษัทเอกชนในการขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งหมายความว่าอาจจะเกิดปัญหากับบริษัทเอกชนเหล่านั้นตามมาในภายหลังได้  ฉากทัศน์ที่ 3 คือ ลากเส้นในบางส่วนแล้วค่อยเจรจา JDA ส่วนที่เหลือ แนวทางนี้เป็นรูปแบบผสมของสองแนวทางก่อนหน้า ภัทรพงษ์มองว่า ในกรณีที่อาจจะต้องเข้าสู่กระบวนการประนอม ฝั่งไทยอาจจะยืนยันอย่างหนักแน่นต่อคณะกรรมาธิการว่าต้องลากเส้นก่อน การลากเส้นขึ้นมาก่อนในระดับนึงก็เป็นไปได้ในทางปฏิบัติ  ตัวอย่างเช่น อาจลากออกมาแค่เส้นทะเลอาณาเขต 12 ไมล์ทะเลก่อน เพื่อดูทิศทางที่จะไปต่อเป็นส่วนของเขตเศรษฐกิจจำเพาะและไหล่ทวีป  “ณ ตอนนั้น พอสองฝ่ายเริ่มเห็นแล้วว่าเส้นจะไปทางไหน มันอาจจะทำให้มาเจรจา JDA ง่ายขึ้น” ภัทรพงษ์วิเคราะห์จากความประสงค์ของไทยที่อยากให้มีการลากเส้นเสียก่อน  และหากพิจารณาจากท่าทีของกัมพูชาที่ให้สัตยาบันUNCLOS หลังจากลงนามมาหลายสิบปี และการประกาศความพร้อมเข้ากระบวนการไกล่เกลี่ยทั้งที่รู้ว่าเส้นที่ลากมาชนเกาะกูดอาจจะอ้างได้ยาก โดยเฉพาะภายใต้ UNCLOS ภัทรพงษ์จึงมองว่ากัมพูชาอาจจะต้องการปล่อยเส้นดังกล่าวจริง ๆ  ส่วนอื่นที่เหลือก็เข้าสู่การเจรจาว่าจะทำ JDA ส่วนใด ก็เป็นไปได้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการเจรจาของทั้งสองฝ่าย ณ ขณะนั้น ประเด็นการต่อสู้เรื่องเส้นของกัมพูชานั้นฐานทางกฎหมายของฝั่งไทยค่อนข้างหนักแน่น ส่วนที่เหลือจึงอยู่ที่ศิลปะการเจรจาและยุทธศาสตร์การต่อสู้ของฝั่งไทย แต่ที่ผ่านมาฝั่งไทยยังไม่ค่อยชัดเจนในการเข้าสู่กรอบการเจรจาใหม่กับกัมพูชาเท่าใดนัก  นอกจากนี้ หลายความเห็นจากคณะกรรมาธิการสส.และสว. ก็มีข้อเสนอว่าให้แบ่งเส้นเจ้าปัญหานี้ให้เรียบร้อยเสียก่อน เพราะฝั่งไทยก็มั่นใจว่ากัมพูชาลากเส้นดังกล่าวไม่ถูกต้อง โดยไทยมองว่าเส้นดังกล่าวต้องลากเฉียงลงมาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ตามแนวชายฝั่งของกัมพูชา ตัวอย่างที่ใกล้เคียงที่สุดคือกรณีติมอร์เลสเต - ออสเตรเลีย ที่ไม่ใช้การแบ่งเส้นทั้งหมดแบบไทย-เวียดนาม และก็ไม่ใช้การจัดตั้ง JDA ทั้งหมดของพื้นที่แบบไทย-มาเลเซีย ติมอร์เลสเตและออสเตรเลียบรรลุข้อตกลงทำ JDA ที่แปลงตรงกลางของพื้นที่พิพาทซึ่งเป็นบริเวณที่มีบ่อน้ำมันขนาดใหญ่อยู่ ส่วนพื้นที่ด้านข้างที่เหลือก็เข้าสู่การเจรจาแบ่งเส้นเขตแดนทางทะเลระหว่างกัน แนวทางนี้ยืดหยุ่นที่สุดและอาจเหมาะกับข้อพิพาททางทะเลไทย-กัมพูชามากที่สุดในเวลานี้ ภัทรพงษ์ ยังระบุเพิ่มเติมว่า ภายใต้อนุสัญญา UNCLOS นั้น มีกรอบเวลาที่ค่อนข้างชัดเจนในระดับหนึ่งเรื่องการระงับข้อพิพาท โดยเฉพาะกลไกการไกล่เกลี่ยที่ระบุชัดว่าเมื่อจัดตั้งคณะกรรมาธิการเสร็จเรียบร้อย ให้กรรมาธิการรายงานภายใน 12 เดือน  ถ้ารัฐคู่พิพาทไม่อยากใช้กลไกอื่นต่อก็ต้องตกลงกันให้ได้ภายใต้การไกล่เกลี่ยนี้ หากไทยและกัมพูชาเข้าสู่กระบวนการนี้จริง ภัทรพงษ์มองว่าเราอาจเห็นการระงับข้อพิพาทพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลได้อย่างเร็วภายใน 4-5 ปีนี้ กลไกการประนอมภายใต้กรอบ UNCLOS อาจจะไม่ได้น่ากลัวมากขนาดนั้น ในเวลานี้ทั้งสองประเทศต่างก็มีความต้องการนำทรัพยากรธรรมชาติออกมาใช้ให้เร็วที่สุด กลไกดังกล่าว ก็อาจช่วยให้การเจรจาที่ติดขัดมาหลายศตวรรษเดินหน้าต่อไปได้บ้าง “สิ่งที่ผมให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนคนไทยก็คือ Thailand first จะไม่มีอะไรที่ประเทศไทยต้องสูญเสีย” คือคำยืนยันของรองนายกฯ อนุทิน ต่อประเด็นข้อพิพาทพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชา  ประโยคนี้ขัดกับความเป็นจริงและประวัติศาสตร์ของการเจรจาระงับข้อพิพาททางทะเลที่ผลลัพธ์มักไม่ใช่ Zero Sum Game ไม่มีการเจรจาครั้งไหนที่ฝ่ายหนึ่งได้ทุกอย่างโดยไม่ยอมอะไรเลย แม้แต่กรณีไทย-มาเลเซียที่ถูกยกเป็นต้นแบบความสำเร็จ ทั้งสองฝ่ายก็ยังต้องยอมแบ่งทรัพยากร 50:50 โดยไม่รู้ว่าพื้นที่นั้นเป็นของใครกันแน่ ก่อนการนำข้อพิพาทนี้เข้าสู่กลไกระหว่างประเทศ รัฐบาลต้องสื่อสารกับประชาชนอย่างชัดเจนและซื่อตรงต่อข้อเท็จจริงสำคัญมากกว่าการปลุกกระแสชาตินิยมที่อาจเป็นดาบสองคมในอนาคต  สิ่งที่ประชาชนควรได้รับรู้จริงๆ ไม่ใช่การรับประกันว่าจะไม่สูญเสียอะไร แต่คือข้อเท็จจริงว่าพื้นที่ใต้ทะเลนั้นมีทรัพยากรมหาศาลที่ไทยเข้าไม่ถึงมาหลายทศวรรษแล้ว และการแบ่งปันผลประโยชน์กับกัมพูชาอาจเป็นราคาที่ถูกที่สุดในการปลดล็อกพลังงานเพื่อให้ทันความต้องการในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า     * รายงานพิเศษ * การเมือง * ต่างประเทศ * ความมั่นคง * ไทย-กัมพูชา * กรณีพิพาทไทย-กัมพูชา * พื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชา * ภัทรพงษ์ แสงไกร * MOU44 * ก๊าซธรรมชาติ * ศศิธร อักษรวิลัย * ชนิสรา ริมธีระกุล * UNCLOS

dlvr.it

Jars of Death. What are all those massive stone jars on Laos' Plain of Jars all about? At last we have an answer, as one perfectly preserved jar is opened and studied: inside, archaeologists found a densely packed jumble of human bones, from an estimated 37 individuals.

The death jar: a new mortuary tradition at the Plain of Jars, Lao PDR | Antiquity | Cambridge Core

The death jar: a new mortuary tradition at the Plain of Jars, Lao PDR

cambridge.org

Today marks 16 years since the final crackdown on the Red Shirt protesters, which forced the UDD to stand down the protests. 94 people were killed between 10th April & 19th May 2010 & there has been no justice over their killings. @prachataienglish.com look back at many of the incidents

Bangkok’s unseen deaths: 16 years of delayed justice for the Red Shirt

16 years ago, Bangkok’s glamorous central business district and popular tourist destinations became the site of a massacre.

prachataienglish.com

Cambodian Foreign Minister Prak Sokhonn said that Cambodia has no other choice than to initiate the mechanism of compulsory conciliation under the United Nations Convention on the Law of the Sea, following the Thai government’s approval of a unilateral withdrawal from the 2001 MoU.

Noppasin Treelayapewat and Sittichai been jailed for a year for spray painting the democracy monument in Bangkok in April 2023. They acted to demand the right to bail for Thanalop 'Yok' Phalanchai, a pro-democracy youth activist who had been arrested & denied bail at the time. #FreeOurFriends

Appeal Court sentences two pro-democracy activists to prison for spray-painting monuments

Two pro-democracy activists have been sentenced to prison by the Appeal Court for spray-painting the Democracy Monument and the Giant Swing in an attempt to draw public attention to the right to bail ...

prachataienglish.com

Latest for @mongabay.com dives into the poisoning of the Salween River, Asia's longest free-flowing river. Unregulated mines in Myanmar have seen arsenic contamination reach dangerous levels on the Salween, leaving Indigenous Karen communities with no fish, no water and no solutions from governments

Asia’s longest free-flowing river contaminated by arsenic linked to Myanmar mines

MAE HONG SON, Thailand — Saw Si Paw Rak Salween guns the wooden fishing boat’s engine and steers along the river that inspired his family name. He is ethnic Karen — his parents migrated from Myanmar’s...

news.mongabay.com

Canada's official position per Mark Carney is that all parties to the Iran conflict, including the United States, must respect the international law of armed conflict. If there were ever a good day for Canada and like-minded partners to reiterate this position, it is today.